จากนาฬิกาวัดการนอน
ไปถึงอุปกรณ์ติดตามสุขภาพ
วันนี้เทคโนโลยีเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายที่ทำให้เราเข้าใจสุขภาพมากขึ้น เพราะสุดท้ายแล้ว “คุณภาพชีวิต” เป็นสิ่งที่คุ้มค่ากับการลงทุนมากที่สุด
เมื่อมี “บ้าน” ที่สามารถทำหน้าที่เป็นระบบดูแลชีวิต
ในงานของ Pruksa ครั้งนี้ แนวคิด “Pruksa Lifetime Well-Living” ขยับโจทย์จากการใช้ Device เล็กๆ ไปสู่สิ่งที่ส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาวจริงๆ นั่นคือ “สภาพแวดล้อม”
พฤกษาพยายามเชื่อมโยง “บ้าน” กับ “สุขภาพ” ให้กลายเป็นเรื่องเดียวกันผ่าน Integrated Living & Healthcare Platform โดยแบ่งเป็น 3 แกนหลัก คือ Well Home, Well Care และ Well Community
คุณปัทมา ปิยะมณีพร (รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Pruksa) เล่าถึงเรื่องนี้ไว้ว่า 💬
“การออกแบบบ้านให้ดูแลชีวิตได้ ต้องเริ่มจากการเข้าใจ Lifestyle และ Life Stage ที่แตกต่างกัน การออกแบบบ้านจึงเป็นการออกแบบชีวิต เรามองไกลกว่าแค่สิ่งปลูกสร้าง ยังให้ความสำคัญที่ความอยู่ดีมีสุขของคนที่อยู่ในนั้นจริงๆ”
ขณะที่ คุณอังคณา ลิขิตจรรยากุล (รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาดและองค์กร Pruksa) เสริมว่า 💬
“บ้านที่ดีในมุมของพฤกษา คือการเชื่อมที่อยู่อาศัยเข้ากับบริการสุขภาพและสังคมที่ดี ถ้าเราทำให้สามส่วนนี้เชื่อมกันได้จริง ลูกบ้านก็จะมีโอกาสมีสุขภาพที่ดีขึ้นในภาพรวม”
Invisible Value: คุณค่าที่มองไม่เห็น แต่รู้สึกได้ทุกวัน
หลายครั้งเวลาเราเดินดูบ้าน เรามักมองเห็นแค่ดีไซน์ที่สวยงาม แต่ในงานนี้มีคำหนึ่งที่น่าสนใจคือ “Invisible Value” ซึ่งเป็นหัวใจของแนวคิด Well Home
เป็นรายละเอียดที่ส่งผลต่อร่างกายและอารมณ์โดยที่เราไม่ทันสังเกต เช่น การคำนวณ Airflow ให้ลมไหลเวียนดี ผนังบ้านที่ช่วยลดเสียงรบกวน หรือแม้แต่การเลือกวัสดุพื้นลดแสงสะท้อนเพื่อช่วยลดความล้าของสายตาและอาการปวดหัวจากการใช้ชีวิตในบ้านนานๆ
คุณปัทมาขยายความแนวคิด Well Home ไว้อย่างเห็นภาพ 💬
“เราลงรายละเอียดไปถึงผิวสัมผัสของพื้น การป้องกันการลื่นล้ม (Shock Absorption Floor) รวมถึงทิศทางลมและแสง เพราะทุกฟังก์ชันที่คิดออกมา ลูกบ้านต้องได้ประโยชน์จริงในชีวิตประจำวัน”
Well Care: สุขภาพดีเริ่มต้นที่บ้าน
Well Care เป็นอีกแกนสำคัญมากที่ Pruksa พยายาม Differentiate ตัวเองที่สุด เพราะ Pruksa เป็น Developers เพียงรายเดียวที่มี “โรงพยาบาลวิมุต” อยู่ในเครือเดียวกัน
เรื่องนี้เลยไม่ได้จบแค่ส่วนลดค่ารักษาหรือระยะใกล้โรงพยาบาล ชีวิตลูกบ้าน Pruksa กำลังมุ่งสู่การเชื่อม healthcare เข้าไปในชีวิตประจำวันมากขึ้น ผ่านทั้ง Family Doctor, Telemed, Adaptive Wellness Program และ Well-Living Club โดยเน้นที่การ “ป้องกันก่อนป่วย” (Preventive Healthcare)
“คนมักจะนึกถึงโรงพยาบาลตอนป่วย แต่จริงๆ แล้วสุขภาพดีเริ่มได้จากผลเลือด พฤติกรรมการกิน และการออกกำลังกาย Well Care จึงเข้ามาช่วยแนะนำ Lifestyle ที่เหมาะสมเพื่อลดความเสี่ยงก่อนที่จะกลายเป็นโรคในอนาคต” – คุณปัทมาอธิบาย
คุณอังคณา เสริมประเด็นนี้ว่า
“พฤกษาใส่บริการสุขภาพเข้าไปตั้งแต่วันแรกที่ลูกบ้านโอนบ้าน เราเริ่มจากการตรวจร่างกายเพื่อหาปัจจัยเสี่ยง ทำให้คำว่าสุขภาพดีทั้งชีวิตเกิดขึ้นได้จริง ไม่เพียงมีบ้านใหม่หรือส่วนกลางดีอย่างเดียว”
จากสิทธิประโยชน์ สู่การเซฟชีวิตได้จริง
เคสที่น่าประทับใจที่สุดคือ คุณปัทมาเล่าว่า เคยมีลูกบ้าน The Reserve ได้แพ็กเกจตรวจสุขภาพจากวิมุตไปพร้อมกับการซื้อบ้าน แต่เจ้าตัวไม่ได้ใช้เองและเอาไปให้คุณพ่อแทน
สุดท้ายตรวจพบปัญหาหัวใจและนำไปสู่การรักษาทันเวลา ทำให้ลูกบ้าน Appreciate กับ Benefit นี้มากขึ้น เพราะทำให้เห็น Value ของ Preventive Health แบบจับต้องได้
นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมอย่าง Posture Analysis ที่นำเครื่องมือเข้าไปตรวจเช็กโครงสร้างร่างกายในโครงการ เพื่อช่วยให้ลูกบ้านรู้เท่าทันอาการ Office Syndrome และปรับพฤติกรรมได้
ประเด็นเรื่องความเชื่อมั่นก็น่าสนใจ คุณปัทมาเล่าว่าแม้แต่พนักงาน Pruksa เองก็เห็นการเปลี่ยนแปลงของโรงพยาบาลวิมุตชัดเจน จากภาพโรงพยาบาลทั่วไปในช่วงแรก สู่การพัฒนาทีมแพทย์เฉพาะทางที่มีความพร้อมสูง
จนตอนนี้เวลาเจอเคสยากๆ หรือต้องรับการผ่าตัด พนักงานหลายคนเลือกไลน์หา HR เพื่อขอส่งตัวมารักษาที่วิมุตโดยตรง สิ่งนี้สะท้อนถึงความไว้วางใจในฝีมือหมอและความรู้สึกอุ่นใจที่เกิดขึ้นจริงภายใน Ecosystem ของ Pruksa เอง
Well Community: พื้นที่ของคนคอเดียวกัน
คำว่า Community ของที่นี่ไม่ได้จบแค่การมีพื้นที่ส่วนกลางครบครัน ยังมี Interest-Based Community หรือการรวมกลุ่มตามความสนใจ เช่น Running Club, Pet Activities หรือกิจกรรมสำหรับคนรักสุขภาพ
ในวันที่คนเมืองเริ่มใช้ชีวิตโดดเดี่ยวมากขึ้น “สังคมที่อยู่แล้วสบายใจ” กลายเป็นความหรูหราอย่างหนึ่ง Well Community จึงเป็นการออกแบบโอกาสให้คนที่มี Lifestyle คล้ายกันมาเจอกัน เพื่อสร้างความสุขในการทำกิจกรรมร่วมกันในระยะยาว
คุณปัทมาเล่าว่า “บางโครงการมีกิจกรรมสำหรับคนรักสัตว์ โดยร่วมกับโรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อในการเข้ามาดูแลน้องๆ บางโครงการมีกิจกรรมสำหรับคนชอบวิ่ง เวลาเอาคนที่ชอบอะไรเหมือนกันมาเจอกัน จะทำให้เขามีความสุขในการทำกิจกรรมนั้นร่วมกัน”
เพราะบ้านคือรากฐานของ “คุณภาพชีวิต” ที่แท้จริง
แคมเปญนี้ชวนเรากลับมาทบทวนว่า ในยุคที่เทรนด์ Longevity และ Well-being กำลังมาแรง จนเรามีเทคโนโลยีอัจฉริยะคอยติดตามสุขภาพอยู่บนข้อมือ
ทว่าอุปกรณ์เหล่านั้นทำหน้าที่เพียงช่วยชี้วัดความพร้อมของร่างกาย ตัวแปรสำคัญที่จะช่วยฟื้นฟูและดูแลสุขภาพกายใจของเราได้อย่างเต็มที่ในระยะยาว ก็คือสภาพแวดล้อมในบ้านที่เราใช้ชีวิตอยู่ทุกวัน
เมื่อพื้นที่รอบตัวถูกคิดมาอย่างดี สุขภาพและการใช้ชีวิตในทุกด้านก็พร้อมขับเคลื่อนได้อย่างมีพลัง
ร่วมสัมผัสประสบการณ์การอยู่อาศัยที่ออกแบบเพื่อ Well Living ดูแลคุณและคนที่รักในทุกช่วงของชีวิต ได้ที่โครงการ Pruksa ใกล้บ้านคุณ

จากโปรเจกต์อสังหาสู่การทดลองเล่าเรื่องการใช้ชีวิตระยะยาว ผ่านพื้นที่อีเวนท์ใจกลางเมืองในศูนย์การค้า Central Park ภายในงานมีทั้งการพูดคุย แนวคิดด้าน Well-Living และการนำ 3 โครงการมาสเตอร์พีซของ Pruksa มาถ่ายทอดแนวคิด Lifetime Well-Living แบบเต็มรูปแบบ

“สุขภาพ” เป็นเรื่องที่ทุกคนหันมาใส่ใจ ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของคนสูงอายุอีกต่อไป ภายในงานยังมีการชวนตัวแทนคนรุ่นใหม่มาร่วมพูดคุย ถึงวิธีที่แนวคิดเรื่องสุขภาพและ Well-Living ที่เริ่มกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของคนเจน ใหม่มากขึ้นเรื่อยๆ
ท่ามกลาง Digital Banner รอบ Central Park มีอยู่ประโยคนึงที่ถูกพูดซ้ำตลอดทั้งงาน
– ไม่มีสิ่งไหนดูแลคุณ ได้ดีเท่า “บ้าน”–
ซึ่งกลายเป็นเหมือน Direction ใหม่ ที่ Pruksa พยายามสื่อสารผ่านแนวคิด Lifetime Well-Living ว่าบ้านในวันนี้ กำลังถูกมองลึกไปถึงเรื่องสุขภาพ การใช้ชีวิต และคุณภาพชีวิตระยะยาวมากขึ้นกว่าเดิม

หนึ่งใน installation ที่นำมาแสดงในงานนี้ คือ “กรรมสิทธิ์ Lifetime Well-Living”
เหมือนเป็น Symbolic Statement ว่าสิ่งที่พฤกษากำลังประกาศในวันนี้ ไม่ใช่แค่ทิศทางใหม่ของโครงการที่อยู่อาศัย เป็นการ Reposition ตัวเองจาก Developer สู่การพัฒนาโครงสร้างการใช้ชีวิตระยะยาว ที่เชื่อมเรื่องบ้าน สุขภาพ และคุณภาพชีวิตเข้าด้วยกัน


คุณปัทมา ปิยะมณีพร รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม Pruksa ขึ้นกล่าวเปิดงาน พร้อมเล่าถึงจุดเริ่มต้นของแนวคิด Lifetime Well-Living เล่าถึงคำถามสำคัญว่า ในวันที่ผู้คนเริ่มให้ความสำคัญกับสุขภาพและการใช้ชีวิตระยะยาวมากขึ้น “บ้าน” ควรมีบทบาทแค่ไหนในชีวิตของเรา


สิ่งที่ทำให้งานนี้มี Layer แตกต่างจากโปรเจกต์บ้านและคอนโดทั่วไป คือการที่โรงพยาบาลวิมุตถูกดึงเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของแนวคิดการอยู่อาศัยตั้งแต่ต้น ทั้งในมิติของการออกแบบบ้าน การดูแลสุขภาพ ไปจนถึง Service หลังบ้านที่เชื่อมต่อกันจริงๆ
โดยแนวคิด Lifetime Well-Living จะเริ่มต้นผ่าน 3 โครงการมาสเตอร์พีซระดับ Luxury ได้แก่ The Reserve Villa Sukhumvit 89/1, Chapter Charoenkrung-Riverside และ The Palm Courtyard Bangna กม.8

หนึ่งใน Session ภายในงานที่น่าสนใจ คือการชวนคนจากหลายมุมมาร่วมคุยกัน ตั้งแต่ฝั่งผู้พัฒนาโครงการ ทีมแพทย์ ไปจนถึงคนรุ่นใหม่ เพราะสุดท้ายคำว่า Well-Living นั้นรวมไปถึงวิธีที่เราใช้ชีวิต ดูแลสุขภาพ และสร้างสมดุลในแต่ละวันด้วยเหมือนกัน

สิ่งที่ Pruksa พยายามเล่าผ่านแนวคิด Lifetime Well-Living ว่าคุณภาพชีวิตที่ไม่ได้เกิดจากองค์ประกอบเดียว ยังเริ่มจากการที่บ้าน สุขภาพ และสังคมรอบตัว ค่อยๆ ทำงานร่วมกันในทุกวัน ผ่าน 3 แกนหลักอย่าง Well Home, Well Care และ Well Community

ใน session นี้มีการอธิบายแนวคิด Family Doctor ผ่าน 4 ส่วนหลักที่พยายามเชื่อมการดูแลสุขภาพเข้ากับชีวิตประจำวันมากขึ้น ตั้งแต่
- First-Line Medical Care แพทย์ด่านแรกของครอบครัวที่ให้คำปรึกษาเบื้องต้นผ่าน Teleconsult แนะนำต่างๆ เมื่อมีอาการเจ็บป่วย
- Health to Home Service สำหรับการดูแลต่อเนื่องถึงบ้าน กรณีจำเป็นหรือหลังออกจากโรงพยาบาล
- Personal Health Assistance ที่เน้นการดูแลเชิงป้องกัน ไปจนถึง
- Community Health Creator ที่พยายามสร้างกิจกรรมสุขภาพในระดับ community ผ่าน workshop และ health activity ต่างๆ
ซึ่งทั้งหมดสะท้อน Direction ของ Lifetime Well-Living ได้ค่อนข้างชัด ว่าพฤกษากำลังมองเรื่องสุขภาพเป็น Ongoing Lifestyle มากกว่าการดูแลเฉพาะตอนเจ็บป่วย

ภาพที่หมอนั่งคุยกับคนรุ่นใหม่เรื่องสุขภาพแบบสบายๆ บนเวทีเดียวกัน ค่อนข้างสะท้อน Direction ของงานนี้ได้ดีว่าการดูแลสุขภาพในวันนี้ เริ่มขยับออกจากบรรยากาศแบบโรงพยาบาล และค่อยๆ กลายเป็นส่วนหนึ่งของ Lifestyle และบทสนทนาในชีวิตประจำวันมากขึ้น

นอกจากเวทีเสวนา ภายในงานยังเต็มไปด้วย Exhibition ที่ค่อยๆ อธิบาย Direction ใหม่ของ Pruksa ผ่านทั้งโมเดลบ้าน ข้อมูลด้านสุขภาพ และ Installation เชิงประสบการณ์
ทำให้คำว่า Lifetime Well-Living ในงานนี้ถูกเล่าออกมาเป็นภาพที่จับต้องได้มากกว่าแค่ Slogan บน Campaign
จากบ้าน สุขภาพ ไปจนถึง Community สุดท้ายแล้ว แนวคิดเรื่อง “อยู่ดี…ทั้งชีวิต’ ไม่ใช่แค่เรื่องของบ้าน
Lifetime Well-Living ของ Pruksa ในวันนี้จึงเป็นอีกสัญญาณที่น่าสนใจว่า Developer กำลังเริ่มมองบทบาทของตัวเองลึกไปกว่าการสร้างที่อยู่อาศัยเพียงอย่างเดียว

