รู้จัก Sansiri Sustainable Home – Prototype 1 บ้านต้นแบบของแสนสิริจัดเต็มเทคโนโลยีที่ไม่เพียงดีกับโลกและชีวิตคนอยู่อาศัย
เมื่อก่อนแนวคิด “บ้านยั่งยืน” อาจฟังดูไกลตัว แต่วันนี้ทุกคนได้สัมผัสถึงผลกระทบของสภาพอากาศ ความร้อน ฝุ่นคลุมเมืองที่มาเกือบทุกปี บ้านจึงเป็นพื้นที่ที่เราจะต้องออกแบบใหม่ ให้รองรับโลกที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว
แสนสิริเลือกจะไม่พูดเรื่องความยั่งยืนเพียงแค่ในเชิงภาพลักษณ์ แต่เริ่มจากการ “ทำให้เห็นจริง” ผ่านบ้านต้นแบบหลังนี้ที่เรียกว่า Sansiri Sustainable Home – Prototype 1 ซึ่งเป็นการรวมนวัตกรรมด้านการอยู่อาศัยเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ “จัดเต็มที่สุด” เท่าที่เคยทำมา
บ้านต้นแบบที่เกิดขึ้นเพื่อทดสอบของจริง
บ้านหลังนี้ไม่ได้สร้างมาเพื่อขายหรืออวดเทคโนโลยีล้ำๆ เท่านั้น แต่มันคือ “สนามทดลอง” บนแนวคิดคล้ายการสร้างรถยนต์รุ่นต้นแบบ (Prototype Car) เพื่อศึกษาการใช้งานจริงอย่างเข้มข้นว่าฟังก์ชันต่างๆ จะทำงานได้ดีแค่ไหนเมื่อเจอสภาพแวดล้อมแบบไทยๆ ที่แดดจัด อากาศร้อน ฝุ่นควัน ลมฝน และการใช้งานของผู้อยู่อาศัยในชีวิตจริง
เป็นเรื่องดีที่แสนสิริไม่ได้เก็บองค์ความรู้นี้ไว้เพียงลำพัง แต่เปิดบ้าน Prototype หลังนี้ให้หน่วยงานภายนอกได้เข้ามาร่วมศึกษาและต่อยอดร่วมกัน โดยหวังว่าจะช่วยเร่งให้เกิดการพัฒนาในวงการอสังหาริมทรัพย์ไทยได้จริงในอนาคต
เทคโนโลยีที่ผ่านการพิสูจน์แล้วจากบ้าน Prototype จะถูกนำไปปรับใช้ในที่อยู่ระดับต่างๆ ของแสนสิริ ตั้งแต่บ้านราคาเข้าถึงง่าย ไปจนถึง ultra luxury โดยคำนึงถึงความเหมาะสม คุ้มค่า ที่ไม่สร้างภาระต้นทุนเกินจำเป็นให้กับลูกค้า
สิ่งที่แสนสิริโฟกัสมี 4 ส่วนที่น่าสนใจ คือ
- Cooliving Design แนวคิดการออกแบบบ้านเย็นสบายโดยใช้ธรรมชาติ ลม แดด ฝน อย่างเต็มประสิทธิภาพ เพื่อลดการพึ่งพาการใช้ไฟฟ้า และการคัดเลือกวัสดุที่ช่วยส่งเสริมที่ทำให้บ้านเย็น
- Resource Efficiency แสนสิริจริงจังกับการทำบ้านยั่งยืน ใช้พลังงานสะอาดจากแสงอาทิตย์ ช่วยประหยัดพลังงานได้มากถึง 83% และ ระบบจัดการน้ำแบบบึงประดิษฐ์ที่บำบัดน้ำได้ 12,450 ลิตร/เดือน
- Health & Well-being Design ทั้งเรื่องสุขภาพและการอยู่อาศัยปลอดภัย โดยเฉพาะระบบกรองอากาศ 6 ขั้นตอนที่จัดการฝุ่น PM2.5 และฝุ่นละเอียด 0.1 ไมครอน พร้อมวัสดุ Zero VOC ปลอดภัยต่อทั้งคนและสัตว์เลี้ยง
- Green Materials การเลือกใช้วัสดุรักษ์โลกกว่า 70% และการลดคาร์บอนจากวัสดุถึง 135,000 กิโลกรัมคาร์บอนฯ รวมถึงการนำวัสดุเหลือใช้อย่างเศษหินอ่อนกลับมาออกแบบใหม่ (Upcycling)
บ้านเพื่ออนาคต ที่เปิดให้สัมผัสได้แล้ววันนี้
ชมโครงการ เศรษฐสิริ ราชพฤกษ์ สาย 1 และยังมีอีกมากมายที่เกิดขึ้นจริงแล้วใน “Sustainable Home – Prototype 1” ของแสนสิริ ซึ่งตั้งอยู่ที่โครงการเศรษฐสิริ ราชพฤกษ์ สาย 1 บ้านต้นแบบที่ไม่ได้สร้างมาเพื่อโชว์ แต่สร้างมาเพื่อทดสอบ เรียนรู้ และแบ่งปันให้สังคมได้นำไปต่อยอด ร่วมสัมผัสแนวคิดความยั่งยืนของแสนสิริเพิ่มเติม
บ้านหลังนี้ไม่ได้สร้างไว้ขาย และไม่ได้ตั้งใจโชว์นวัตกรรมให้ดูหรูหรา แต่คือสนามทดลองจริงของแสนสิริ ที่ตั้งคำถามว่า “ถ้าเราจะออกแบบบ้านที่ยั่งยืนแบบใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน มันจะหน้าตาเป็นยังไง” ทุกวัสดุที่เลือก ทุกระบบที่ติดตั้ง ถูกทดสอบกับแดด ลม ฝุ่น และในสภาพแวดล้อมแบบประเทศไทยจริงๆ ไม่ใช่แค่ในคอมพิวเตอร์จำลอง
การให้ความสำคัญไม่เพียงแต่พลังงานด้านไฟฟ้า แต่ด้าน “น้ำ” และ “หิน” เองก็ถูกนำกลับมาใช้ใหม่ เพื่อไปใช้สร้างฝั่ง HEALTH & WELL-BEING และงานตกแต่งได้อย่างไม่เสียเปล่า
แสนสิริเปิดบ้าน Prototype นี้ให้หลายภาคส่วนได้เข้ามาศึกษาร่วมกัน ตั้งแต่นักออกแบบ นักวิจัย และพันธมิตรที่สนใจเรื่องสิ่งแวดล้อมมาร่วมดูจริง ฟังจริง ลองจริง เป้าหมายของบ้านหลังนี้ ไม่ใช่แค่การอยู่สบายในวันนี้ แต่คือการร่วมกันออกแบบ “มาตรฐานใหม่ของวงการอสังหาริมทรัพย์ไทย” ในอนาคต
บ้าน Prototype หลังนี้ไม่ใช่ฝีมือของทีมงานเดียว แต่เป็นความร่วมมือกับ Green Partners ถึง 18 ราย ที่ลงมือร่วมกันในทุกกระบวนการ เพื่อสร้างระบบที่เชื่อมต่อกันตั้งแต่แสง ลม พลังงาน น้ำ ไปจนถึงวัสดุเหลือใช้ เป้าหมายไม่ใช่แค่ได้บ้านหลังหนึ่งที่เย็น สบาย ประหยัดพลังงาน แต่คือการสร้างต้นแบบที่สามารถพัฒนาและใช้งานจริงในบ้านระดับต่างๆ ได้ในอนาคต
COOLIVING DESIGN

หนึ่งในหัวใจของบ้านหลังนี้คือแนวคิด “Cooliving Design” บ้านที่เย็นได้โดยไม่ต้องพึ่งแอร์หนัก ด้วยการวางทิศทางที่รับลม ใช้สีสะท้อนรังสีความร้อน เลือกกระจกที่กรอง UV และออกแบบช่องเปิดให้แสงสว่างเข้าถึงแต่ไม่ร้อน ทุกอย่างถูกวางแผนแบบองค์รวม เพื่อให้บ้านเย็นตั้งแต่โครงสร้าง ไม่ใช่แค่พึ่งเครื่องมือภายหลัง

เมื่อเดินเข้ามาในบ้าน คุณจะพบกับโต๊ะจัดแสดงนวัตกรรม “บ้านเย็น” ที่ไม่ได้มีแค่ป้ายบอกข้อมูล แต่มีวัสดุจริงให้สัมผัส และแบบจำลองให้ทดลองเปรียบเทียบ เช่นกระจกที่ช่วยลดร้อน ผ้าม่านที่ช่วยลดแสง สีที่กันแดดได้จริง เพื่อให้เห็นว่าทุกชิ้นส่วนเล็กๆ มีผลต่อการอยู่สบายมากกว่าที่คิด

ทีมงานของแสนสิริต้อนรับและช่วยอธิบายแนวคิด Cooliving Design อย่างละเอียด ตั้งแต่การวางทิศทางบ้านให้รับลม ไปจนถึงวัสดุกันความร้อนที่เลือกใช้ เพื่อให้ผู้ชมเข้าใจว่า “บ้านเย็น” ไม่ได้เกิดจากเครื่องมือเพียงอย่างเดียว แต่มาจากการออกแบบตั้งแต่แรกเริ่ม

ในจุดจัดแสดงมีให้ ลอง “วางมือลง” บนกระจกสองแบบ เพื่อเปรียบเทียบว่าความร้อนจากแสงแดดส่งผ่านได้ต่างกันแค่ไหน หนึ่งคือกระจกทั่วไป อีกหนึ่งคือ กระจก Guardian SMG ที่ติดตั้งในบ้านนี้ ซึ่งป้องกันรังสี UV ได้ถึง 80% และช่วยลดอุณหภูมิจากแสงได้ชัดเจน ยิ่งเมื่อเสริมด้วยฟิล์มกันร้อนจาก 3M ที่ลดความร้อนเพิ่มอีก 72% และกรองรังสี UV ได้กว่า 99% บ้านจึงไม่เพียงแค่เย็นขึ้น แต่ยังปลอดภัยต่อสุขภาพและเฟอร์นิเจอร์ในระยะยาว


แค่เลือกสีทาบ้านให้ถูกก็มีผลต่ออุณหภูมิไม่น้อย เพราะสีทาภายนอกที่ใช้กับบ้านต้นแบบนี้สามารถสะท้อนรังสี UV ได้ถึง 93% ทำให้ผนังบ้านไม่อมความร้อนเหมือนสีทั่วไป เป็นการลดอุณหภูมิจากภายนอกตั้งแต่ต้น ไม่ต้องรอให้แอร์มาทำงานหนักทีหลัง


อีก 2 วัสดุสำคัญที่ช่วยให้บ้านเย็นโดยไม่ต้องพึ่งพลังงานมาก คือฉนวนกันร้อนใต้หลังคาจาก SCG และผ้าม่านพิเศษจาก PASAYA ผ้าม่านที่นี่ทอด้วยเส้นใยเมทัลลิก ลดอุณหภูมิในห้องได้ 2–4 องศา ส่วนฉนวนกันร้อนช่วยสะท้อนและป้องกันความร้อนจากแดดช่วงกลางวันไม่ให้ทะลุผ่านลงมาถึงพื้นที่ใช้งาน ทั้ง 2 อย่างนี้อาจดูเล็กน้อย แต่เมื่อรวมกันแล้ว กลับช่วยประหยัดค่าไฟได้ในทุกเดือน
RESOURCE EFFICIENCY

บนหลังคาของบ้านต้นแบบติดตั้ง แผงโซลาร์เซลล์จาก ION Energy ขนาด 15 กิโลวัตต์ ซึ่งถูกคำนวณขนาดให้เหมาะกับขนาดบ้านและการใช้งานจริง ไม่มากเกินเพื่อไม่ให้เพิ่มต้นทุนเกินควร แต่ให้ประสิทธิภาพสูงสุดในการผลิตพลังงานสะอาดในชีวิตประจำวัน

ไฟฟ้าที่ผลิตได้จากแสงอาทิตย์ในช่วงกลางวันจะถูกเก็บไว้ใน แบตเตอรี่สำรองของ HUAWEI เพื่อใช้ในช่วงเวลากลางคืน แม้เป็นบ้าน Prototype ที่เติมแบตมากกว่านี้ก็ได้ แต่แสนสิริก็ออกแบบให้ใช้พลังงานสะสมให้หมดทุกวัน แล้วสลับมาใช้ไฟจากระบบหลักบ้าง นี่เป็นการสะท้อนการคำนึงถึงความคุ้มค่าที่เหมาะสมด้วย

ทีมงานแสนสิริอธิบายต่อในส่วนของ RESOURCE EFFICIENCY ที่ถือเป็นหัวใจสำคัญของบ้านหลังนี้ การออกแบบและเลือกใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสมตั้งแต่ต้น ทำให้บ้านสามารถ ลดการใช้พลังงานได้สูงสุดถึง 83%

การประหยัดพลังงานไม่ใช่แค่เรื่องเทคโนโลยี แต่คือการออกแบบที่ “คิดให้ครบ” ตั้งแต่แรก บ้านหลังนี้เลือกใช้แอร์ DAIKIN INVERTER ที่ประหยัดไฟกว่าแอร์ทั่วไปถึง 20–30% และวางระบบแยกแต่ละห้องให้เปิด–ปิดเฉพาะจุด ลดการสูญเสียพลังงานที่ไม่จำเป็น และยังเสริมด้วยการติดตั้ง Motion Sensor

ในห้องนอนมี Motion Sensor ตรวจจับการเคลื่อนไหว หากไม่มีคนอยู่ แอร์จะสั่งปิดอัตโนมัติแบบไม่ต้องพึ่งคนสั่งการ ช่วยลดการใช้พลังงานโดยไม่ต้องเปลี่ยนพฤติกรรมผู้ใช้งาน แต่บางห้องอย่างโถงกลางหรือห้องนั่งเล่นที่มีการเคลื่อนไหวตลอดเวลา จะไม่ติด Sensor เพื่อไม่ให้แอร์ตัดบ่อยไป รายละเอียดเล็กๆ แบบนี้สะท้อนว่า แสนสิริไม่ได้แค่คิดเรื่องตัวเลขประหยัดพลังงาน แต่คิดถึงความรู้สึกของคนอยู่จริงๆ ด้วยเช่นกัน
HEALTH & WELL-BEING DESIGN

นอกจากพลังงานไฟฟ้า “น้ำ” ก็เป็นอีกทรัพยากรสำคัญที่บ้านต้นแบบนี้บริหารจัดการใหม่หมด ที่สวนหลังบ้านมีระบบบำบัดน้ำบึงประดิษฐ์ ซึ่งเป็นการใช้พืชที่สวยงามในสวนเป็นตัวช่วยในการบำบัดน้ำ ซึ่งเป็นน้ำที่ใช้แล้วจากการอาบ ล้างหน้า ล้างมือ (ยกเว้นจากสุขภัณฑ์) จะถูกส่งผ่านระบบกรองใต้ดิน ก่อนนำกลับมาใช้รดต้นไม้ในสวน

น้ำที่เราคิดว่า “ใช้แล้ว” จริงๆ ยังสะอาดพอจะนำกลับมาใช้ใหม่ได้อีก ระบบที่นี่ช่วยประหยัดน้ำประปาได้ถึง 12,450 ลิตรต่อเดือน หรือเท่ากับ น้ำล้างรถ 125 คัน ต่อเดือนเลยทีเดียว เป็นอีกตัวอย่างว่าแนวคิดเรื่องความยั่งยืน ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากเรื่องซับซ้อน แค่ใส่ใจในสิ่งเล็ก ๆ ก็สร้างผลลัพธ์ที่ใหญ่ได้

ตรงกลางมีฝาเปิดสำหรับตรวจสอบและบำรุงรักษาระบบกรองน้ำและถังพักแบบไม่รบกวนความสวยงามของพื้นที่ สีเขียวที่เห็นจึงไม่ใช่แค่ฉากหลังของบ้านสวย ๆ แต่เป็นส่วนหนึ่งของระบบหมุนเวียนที่ทำให้บ้านหลังนี้ทำงานอย่างยั่งยืนในทุกวัน


สุขภาพมนุษย์ที่ดีขาดไม่ได้เลยกับการกินผักดีๆ และอะไรจะมั่นใจไปกว่าการปลูกเอง บ้านต้นแบบหลังนี้มีพื้นที่ Edible Vertical Garden ให้ปลูกผักกินเองได้จริง น้ำที่ใช้รดก็มาจากระบบบำบัดน้ำใช้จากในบ้านอีกต่อหนึ่ง ไม่ใช่แค่ช่วยประหยัดน้ำ แต่ยังมั่นใจว่าผักของเราสะอาด ปลอดสาร และอยู่ใกล้มือทุกวัน

มุมนั่งเล่นหลังบ้านที่ล้อมรอบด้วย “สวนกินได้” และพืชที่เติบโตจากน้ำหมุนเวียน เป็นตัวอย่างชัดเจนของแนวคิด Health & Well-being ที่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในตัวบ้าน แต่แทรกอยู่ในทุกมุมที่เราใช้ชีวิต บ้านที่ดีไม่ใช่แค่ป้องกันฝุ่นหรือเย็นสบาย แต่ต้อง “ชวนให้อยากใช้ชีวิตให้ดีขึ้น” ด้วย

ห้องนอนของบ้านหลังนี้ติดตั้งระบบ Positive Pressure ที่ดึงอากาศบริสุทธิ์จากภายนอกเข้ามาเติมภายในบ้าน ทำให้ห้องไม่อับ ไม่ขาดออกซิเจน และนอนหลับได้ลึกกว่าเดิมโดยไม่ต้องเปิดหน้าต่าง

แต่ก่อนที่อากาศจะเข้าสู่ภายใน ต้องผ่าน ระบบฟอกอากาศ 6 ขั้นตอน สามารถกรองฝุ่น PM2.5 สารก่อภูมิแพ้ และเชื้อโรคได้แม้ในช่วงที่คุณภาพอากาศภายนอกแย่มาก บ้านหลังนี้ยังสามารถดึงอากาศสะอาดเข้าสู่พื้นที่ภายในได้ตลอดเวลา ทั้งหมดนี้ช่วยให้เพิ่มคุณภาพการนอนหลับ ฟื้นฟูให้ร่างกายอย่างเต็มที่ได้ทุกวัน


แม้แต่ “ในตู้เสื้อผ้า” ก็ยังมีระบบดูแลคุณภาพอากาศ บ้านต้นแบบนี้ติดตั้ง Smart Purifier จาก SB Design Square ร่วมกับ MTEC สวทช. ที่สามารถกรองฝุ่น ดูดความชื้น และลดกลิ่นอับในตู้เสื้อผ้าได้อัตโนมัติ เหมาะมากกับสภาพอากาศชื้นแบบไทยๆ และเสื้อผ้าที่คุณอยากเก็บไว้อย่างมั่นใจ


ยาแนวในห้องน้ำก็ไม่ธรรมดา รุ่นที่ใช้จาก JORAKAY มีเทคโนโลยี Microban® ที่ช่วยป้องกันการสะสมของเชื้อราและแบคทีเรียได้ยาวนาน น้ำไม่ซึมลงร่องเหมือนยาแนวทั่วไป ทำให้ไม่เกิดความชื้นสะสมหรือกลิ่นอับในระยะยาว รายละเอียดเล็กๆ แบบนี้แหละ ที่ทำให้บ้านอยู่สบายขึ้นแบบแทบไม่ต้องดูแล

มุมน้ำ outdoor นี้ถูกออกแบบให้ปลอดภัยกับ “ทุกสมาชิกในบ้าน” รวมถึงสัตว์เลี้ยง โดยเลือกใช้กระเบื้อง GELATO ที่มีคุณสมบัติกันลื่นแม้เปียกน้ำ พร้อมเทคโนโลยี Nano Silver ช่วยยับยั้งแบคทีเรียโดยไม่ต้องพึ่งสารเคมี เป็นมุมเล็กๆ ที่รวมทั้งฟังก์ชัน ความปลอดภัย และความสะดวกไว้ในจุดเดียว โดยที่บ้านหลังนี้ยังใช้ระบบกรองน้ำจาก DOS ที่ช่วยให้ใช้น้ำได้อย่างสะอาด ด้วยการกรองฝุ่น สิ่งสกปรก และเชื้อโรค เพื่อ ให้สุขภาพดีในระยะยาว
สิ่งที่ใกล้ชิดกับผู้อยู่อาศัยที่สุดคือ ครัว โดยบ้านหลังนี้ใช้วัสดุ Food-Grade และ Zero-VOC จาก Starmark ที่ให้สามารถใช้ท็อปหินแทนเขียงกันได้เลย เพราะท็อปหินจาก Starmark จะไม่สมเชื้อราและเชื้อโรค ให้เราใช้ครัวกันได้อย่างสบายใจ
GREEN MATERIALS


วัสดุภายในบ้านที่ Green อย่าง กระเบื้อง WDC ที่เป็นวัสดุที่เป็นมิตรกับโลกตั้งแต่ตอนสร้าง การขนส่ง ไปจนถึงการใช้งาน และ พื้นไม้สังเคราะห์จาก Panake เมื่อพูดถึงเรื่องกันลื่นของสัตว์เลี้ยง ต้องต่อมาถึงพื้นภายในบ้านที่ “อยู่สบายร่วมกัน” ด้วยวัสดุ Pet-Friendly SPC Flooring ที่มีผิวสัมผัสลดโอกาสลื่นล้ม เหมาะกับสัตว์เลี้ยงและผู้สูงอายุ ที่สำคัญคือทนรอยขีดข่วน อีกทั้งยังไม่เป็นแหล่งสะสมปลวกหรือเชื้อรา โครงสร้างหลักเป็น Polymer ที่รีไซเคิลได้ และหน้าไม้แบบ veneer ยังย่อยสลายได้ตามธรรมชาติอีกด้วย

แม้แต่เศษหินอ่อนที่เหลือจากการก่อสร้างก็ยังไม่ถูกทิ้ง แสนสิริเลือกจะ “Upcycling” ให้กลายเป็นของแต่งบ้านชิ้นเล็กๆ ที่มีดีไซน์เฉพาะตัว เพราะวัสดุที่มีเรื่องราวย่อมมีคุณค่ามากกว่าวัสดุใหม่เสมอ และนี่คือหนึ่งในแนวคิด Green Materials ที่ไม่หยุดแค่รีไซเคิล แต่ไปไกลถึงการออกแบบใหม่อย่างมีความหมาย

ใครจะคิดว่าแผ่นวัสดุในบ้านบางชิ้น อาจมาจาก “เปลือกไข่” เบื้องหลังลายสวยๆ บนผนังหรือของตกแต่งบางชิ้น คือวัสดุใหม่จากแบรนด์ Sonite ที่สร้างขึ้นจากเศษเหลือทางเกษตร ไม่ว่าจะเป็นเปลือกไข่ แกลบ เส้นใยมะพร้าว หรือกากกาแฟ ทุกอย่างถูกแปรรูปด้วยแนวคิด Circular Economy เพื่อให้กลายเป็นผิวสัมผัสที่มีคุณภาพ ใช้งานได้จริง และไม่ทิ้งสารพิษให้กับโลก
โดยตัวหินที่ใช้ตกแต่งน้ำตกในสวน ก็เป็นหิน Upcycling จาก QCON ที่ใช้อิฐมวลเบาคุณภาพสูง ผลิตจากวัสดุรีไซเคิล 100%

วัสดุในบ้านหลังนี้กว่า 70% มาจากกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นเฟอร์นิเจอร์ ผนัง พื้น หรือของตกแต่ง แสนสิริเลือกใช้เกณฑ์ Green Procurement ตั้งแต่ต้นทางของการผลิต ไปจนถึงคุณภาพและอายุการใช้งาน เพื่อให้ทุกอย่างในบ้านนี้ไม่ใช่แค่สวยและทน แต่ลดผลกระทบจากการปล่อยคาร์บอนอย่างเป็นรูปธรรม

แม้แต่พรมที่วางอยู่ใต้เท้าก็ยังคิดมาแล้ว พรมจากแบรนด์ Gabriel ที่ใช้ในบ้านนี้ผลิตจาก “ขยะพลาสติกริมทะเล” เป็นตัวอย่างของการเปลี่ยนสิ่งไร้ค่าให้กลายเป็นของที่ส่งข้อความได้เงียบ ๆ พอ ๆ กับดีไซน์ที่กลมกลืน และนี่คืออีกมิติของบ้านยั่งยืน ที่ไม่ได้มีแค่ระบบกับตัวเลข แต่ยังรวมถึงการเล่าเรื่องผ่านวัสดุที่ทำให้ทุกตารางเมตรมีความหมาย

บ้านหลังนี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นจากคำถามว่า “จะใส่เทคโนโลยีอะไรเข้าไปได้อีก” แต่เริ่มต้นจากคำถามว่า “จะอยู่กับธรรมชาติให้ดีขึ้นได้อย่างไร” คำตอบที่ได้จึงไม่ใช่แค่บ้านที่เย็นหรือประหยัดพลังงาน แต่คือบ้านที่อยู่แล้วรู้สึกดี อยู่แล้วอยากใช้ชีวิตให้เรียบ ง่าย และดีกว่าที่เคยเป็นในทุกวัน
Sansiri Sustainable Home
– Prototype 1
บ้านต้นแบบอนาคตที่อยู่อาศัย

บ้านหลังนี้อาจไม่ได้ขายให้คุณ
แต่ถูกสร้างขึ้นเพื่อคุณและทุกคนได้เห็นว่า
“อนาคตของการอยู่อาศัย” หน้าตาเป็นยังไง
และนี่ไม่ใช่แค่เรื่องของบ้านหลังเดียว แต่คือ “ต้นแบบของทั้งอุตสาหกรรม” ที่มีมูลค่ากว่า 1 ล้านล้านบาท ที่จะถูกขับเคลื่อนไปข้างหน้า ด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน
บ้าน Sansiri Sustainable Home – Prototype 1 คือ ก้าวแรกในพันธกิจ Net-Zero ของแสนสิริ และจะต่อยอดไปยังโครงการในอนาคตทั่วประเทศ
📍 พร้อมให้เข้าชมแล้ววันนี้ที่ เศรษฐสิริ ราชพฤกษ์ สาย 1
👉 ชมแนวคิด ความยั่งยืนของแสนสิริได้ที่นี่
