รีวิว SONY Bravia W650D ขีดเส้นสมาร์ททีวีมาตรฐานใหม่ ในราคาที่เอื้อมถึง 13 - Premium

รีวิว SONY Bravia W650D ขีดเส้นสมาร์ททีวีมาตรฐานใหม่ ในราคาที่เอื้อมถึง

วันนี้เป็นอีกครั้งที่ iUrban จะได้รีวิวทีวีที่เป็นแบรนด์ระดับตำนานซึ่งครองใจผู้ใช้ทีวีมาตั้งแต่รุ่นคุณปู่ วันนี้ก็มาถึงยุคของการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับทีวี เราเชื่อว่าหลายคนมีคำถามเมื่อจะซื้อทีวีใหม่ คือเราจะเลือกทีวี 4K หรือทีวี Full HD ดีกว่า เรามาลองเสริมความเข้าใจกัน

ทีวี 4K หรือ Full HD ดีกว่า?

tv-resolution-fullhd-4k
หน้าจอ 4K ละเอียดมากกว่า Full HD x 2 เท่า แต่ถ้าตัวแหล่งวิดีโอส่งภาพมาเล็ก ภาพมันก็แตกอยู่ดี

ถึงวันนี้ TV มีเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดของความละเอียดหน้าจอที่เรียกว่า 4K เป็นความละเอียดสูงสุดที่ทีวีผลิตออกมาจำหน่าย ข้อดีทุกคนคงเข้าใจชัดแล้วว่าหน้าจอแบบ 4K นั้นมีความละเอียดมากกว่า Full HD ถึง 4 เท่า แต่ลองอ่านบทความในด้านตรงข้ามบ้าง แล้วลองตัดสินใจว่าคุณยังเหมาะกับ 4K TV หรือ Full HD มากกว่า

sad4k

เรื่องน่าเศร้าของ 4K TV

  1. Digital TV: สัญญานทีวีไทยรองรับสูงสุดแค่ 1080p
    กสทช. ยังไม่ขายใบอนุญาตการเผยแพร่สัญญานระดับ 4K และยังไม่มีแนวโน้มในเวลาอันใกล้นี้ (แอดมินฟันธงระยะ 5 ปีไม่มีชัวร์ๆ แต่ระยะ 10 ปีอยู่ในระดับ “น่าจะไม่มี”) เพราะความจริงอันปวดร้าวก็คือ ล่าสุดที่เปลี่ยนเป็นความคมชัดระดับ HD สถานีโทรทัศน์ดิจิทัลช่องต่างๆ ต้องเปลี่ยนอุปกรณ์ห้องส่งและถ่ายทำเป็นระบบ HD ด้วย ซึ่งนั่นหมายถึงทุนระดับหลายร้อยล้านบาทหรือเป็นพันล้านบาท และอุปกรณ์เก่าของระบบ SD ก็ใช้งานข้ามระบบกันไม่ได้ หลายสถานีจึงยังเลือกที่จะส่งภาพบนความคมชัดแค่ระดับ SD (640×480) ผ่านคลื่น digital tv ส่วนอนาคตจะเปลี่ยนเป็นระดับ 4K นี่ยากเลย เพราะแค่ทำ Digital TV ให้กำไรได้ก็ยากอยู่แล้ว
  2. Movie: หนัง 4K ยังมีน้อย
    จำนวนหนังที่แปลงเป็นเวอร์ชั่น 4K ยังมีจำนวนไม่มาก รวมถึงหนังเก่าต่างๆ ที่แทบไม่มีโปรแกรมในการแปลงเข้าระบบ 4K เลย บางเรื่องก็ไม่สามารถทำได้เลย
  3. Rental: ค่าเช่าหนัง 4K แพงกว่า Full HD
    อนาคตที่กำลังจะถึงนี้ เราสามารถเช่าหนัง 4K จากอินเทอร์เน็ตได้ทันที แต่ถ้าคุณใช้ทีวี 4K คุณก็ต้องพร้อมที่จะเช่าแพงกว่าราวๆ 2 เท่า
  4. Gadget: ค่าอุปกรณ์เสริมแพงกว่า ไม่ว่าจะเครื่องเล่น Blue-Ray หรือเครื่องเกม อุปกรณ์ต่อเชื่อมอื่นๆ ที่เป็น 4K จะมีราคาแพงไปอีกระดับหนึ่ง
  5. Diskspace: หนัง 4K ใช้พื้นที่เก็บเยอะกว่า กรณีคุณโหลดภาพยนตร์มาดูเอง แน่นอนว่าขนาดไฟล์สำหรับเก็บภาพยนตร์ระดับ 4K ก็จะใช้พื้นที่มากกว่า ต้องเตรียม harddisk ใหญ่เป็นพิเศษ และก็ใช้เวลาโหลดนานกว่า
  6. Internet: ต้องใช้อินเทอร์เน็ตและระบบเน็ตเวิร์คที่เร็วกว่า อันนี้บอกเลยว่าทำลายฝันหลายคนมาแล้ว ในกรณีโหลดไฟล์ดูออนไลน์ ไม่ว่าจะเช่าหนัง หรือดู YouTube แบบ 4K ก็ตาม คุณจะต้องมีทั้งอินเทอร์เน็ตออกต่างประเทศที่เร็วมาก ซึ่งปกติเน็ตตามบ้านออกต่างประเทศมีช่องสัญญานเล็กกว่าในประเทศ นอกจากนั้นคุณยังต้องมีระบบเน็ตเวิร์คที่ดีพอ เพราะ router ที่แถมมาจากผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตอาจไม่ดีพอ ต่อทีวีทาง Wi-Fi ก็อาจไปไม่รอด ต้องซื้อ router ตัวแพงๆ ที่ราคาเป็นหมื่น ต้องต่อทางสาย LAN ซึ่งต้องเป็นรุ่นใหม่พิเศษ CAT5 หรือ CAT6 ถึงจะพอสำหรับ streaming ภาพยนตร์ระดับ 4K สรุป เหนื่อย
  7. Clip: อุปกรณ์ถ่าย 4K มีน้อย คลิป YouTube ก็มีน้อย แม้จะคลิปบน YouTube ก็มีคลิป 4K น้อย เพราะอุปกรณ์ที่จะถ่ายทำวิดีโอขนาด 4K ยังมีจำนวนน้อยและราคาแพง ที่สำคัญเมื่อเอาไปตัดต่อก็ใช้เครื่องตัดต่อที่ spec สูงกว่า เวลา render ที่นานกว่า ทำให้ส่วนใหญ่ยังเลือกที่จะผลิตคลิปแค่ 1080p ขึ้น YouTube ก็ถือว่าหรูแล้ว
  8. Computer: คอมต้องแรง ถ้าใช้คอมพิวเตอร์เปิดคลิป 4K เพื่อต่อกับทีวี 4K แนะนำว่าคอมต้องมีสเปคที่แรงพอ ถ้าเกิดเป็นเครื่องที่ผลิตมาให้เน้นเบาๆ สเปคน้อยๆ หลายเครื่องเปิดแล้วกระตุก ไปไม่รอด
  9. Price: TV 4K แพงกว่า Full HD 1080p ข้อนี้ตัดสินใจง่ายสุดๆ ในขนาดจอเท่ากัน ราคาของ Full HD TV จะมีราคาถูกกว่า หรือถ้าราคาใกล้กัน เทคโนโลยีเสริมของ 1080p ก็อาจจะได้ออฟชั่นที่เยอะกว่า เช่น hz (เฮิร์ส) สูงกว่า ซึ่งมีผลกับความสมูทของภาพเคลื่อนไหวเป็นต้น
roku-uhd
แม้แต่เรตการเช่าภาพยนตร์แบบ 4K ก็ราคามากกว่า Full HD ถึง 2 เท่า

ขอบคุณภาพด้านบนจากเว็บไซต์ 4K.com

ดังนั้น โพสนี้จึงเป็นบทความที่เราจะแนะนำถึง TV ที่มีความละเอียดจอภาพระดับ Full HD 1080p ซึ่งเป็นหนึ่งในมาตรฐานใหม่ ถ้าจะเลือกซื้อทีวีใหม่ในวันนี้รวมถึงทีวี Bravia ของ SONY ด้วยเช่นกัน

รีวิว SONY Bravia Full HD W650D (1080p)

5b4dd3b6b7c9e2ae465f239b8af24a0c

ความคมชัดของภาพระดับ Full HD 1080p

sony3

ความละเอียดระดับ Full HD 1080p กลายมาเป็นมาตรฐานใหม่ แม้วันนี้เทคโนโลยีจะก้าวไปถึง 4K แล้วก็ตาม แต่ยังมีอุปสรรค์สำหรับ 4K อยู่มากมายตามที่กล่าวต้นบทความนี้ ดังนั้น 1080p จึงเรียกได้ว่าเป็นมาตรฐานสำหรับการเลือกซื้อทีวีในวันนี้ ถึงอีก 5 ปีข้างหน้าได้เลย

เทคโนโลยีเฉพาะของ SONY : X-Reality PRO™ เมื่อแหล่งส่งภาพมีขนาดเล็กหรือไม่สมบูรณ์ SONY มีเทคโนโลยีซ่อมแซม ภาพที่ไม่คมชัดให้คมชัดมากยิ่งขึ้นโดยอัตโนมัติ ทำให้เส้นมีความคมชัดมากขึ้น การเคลื่อนไหวสมูทมากขึ้น ฉากที่มืดชัดมากขึ้น ปรับภาพให้สวยขึ้นทำให้การรับชมภาพระดับ Full HD ยิ่งเต็มมากกว่าเดิม บนความถี่ Motionflow XR200Hz

ดีไซน์ที่สัมผัสถึงความมีระดับ

bd3fc4b9999d880b38c9c496629d3db9

ขึ้นชื่อว่าทีวีเมื่ออยู่ในห้องไหนก็ตาม ไม่ว่าจะเปิดหรือปิดก็ย่อมเป็นจุดดึงสายตาของห้องนั้นไปโดยปริยาย การที่ใครจะเลือกซื้อทีวีสักหนึ่งเครื่องนั้น ย่อมไม่ใช่แค่เพียงคุณภาพในจอเพียงอย่างเดียว แต่หากหมายถึงความสวยงามสมฐานะที่จะทำให้ผู้ใช้และผู้ที่ได้พบเห็น สัมผัสถึงความมีระดับรวมถึงรสนิยมในการตกแต่งบ้านของเจ้าของบ้าน

การออกแบบของ SONY BRAVIA 2016 ในซีรีส์ W650/W600D SONY ได้ออกแบบขาตั้งสวยงามลงตัวจนเหมือนเป็นเครื่องประดับชิ้นหนึ่งในห้องนั่งเล่น แม้จะ LED ใต้โลโก้ที่เปลี่ยนสีตามสถานะ ก็นิ่งและเรียบง่าย แต่ดูมีดีไซน์ แถมขาตั้งรุ่นนี้ก็มีฟังก์ชัน Cable Management ช่วยเก็บสายเคเบิลได้ด้วย

Cable Management จัดเก็บสายเคเบิลต่างๆได้ง่ายและเป็นระเบียบสวยงาม
จัดเก็บสายเคเบิลได้ง่ายและเป็นระเบียบ
ขอบบาง ทำให้ TV สวยงามทั้งตอนเปิดและปิด
ขอบบาง ทำให้ TV สวยงามทั้งตอนเปิดและปิด

SONY Bravia W650D ออกแบบเพื่อการใช้งานระยะยาว

ผลที่ SONY ให้ความสำคัญกับการออกแบบและวัสดุที่ใช้ผลิตส่งผลให้เกิดความทนทานและระยะเวลายาวนานสำหรับการใช้งานมากยิ่งขึ้น ด้วยฟังก์ชันต่างๆ ที่จะกลายมาเป็นมาตรฐานใหม่ของวงการทีวี

  • ป้องกันไฟกระชาก ทีวีนี้ออกแบบมาเพื่อจัดการแหล่งจ่ายไฟได้หลากหลายแบบสูงสุด 2000V จึงได้รับการปกป้องจากการกระชากของไฟฟ้า
  • ป้องกันฝุ่นเข้า เพราะไม่มีช่องที่ด้านหลังของทีวี จึงกันฝุ่นและน้ำเข้าได้
  • ป้องกันความชื้น ด้วยการเคลือบกันความชื้นหุ้มสายไฟภายใน ทีวีนี้จึงปลอดภัยเมื่อใช้งานในที่ชื้น
  • ป้องกันฟ้าผ่า ดูรายการทีวีโปรดต่อได้ทุกสภาพอากาศ เพราะทีวีนี้ได้รับการป้องกันฟ้าผ่าสูงถึง 9000V

เรื่องนี้ไม่ใช้เรื่องเล่นๆ ที่ไม่มีวันเกิดนะครับ มันเกิดกับผมเองเนี่ยแหละ ตอนเด็กๆ ผมเองเคยทีวีพังต่อหน้าต่อตา เพราะเปิดดูแล้วโดนฟ้าผ่าลงเสาอากาศมาแล้วครับ ทิ้งเลยไม่ต้องซ่อม

Internet TV & Wi-Fi TV

P1010897

รูปภาพถ่ายถ่ายจอภาพประกอบบทความนี้ เป็นรูปภาพถ่ายรีวิวจริง ไม่ใช่รูปผ่านการตัดต่อ จึงไม่สามารถแสดงความคมชัดที่แท้จริงของทีวีได้ สำหรับการทดสอบด้ายภาพและเสียง ขอแนะนำให้ชมตัวจริงที่โชว์รูมฝ่ายขายค่ะ :)

อินเทอร์เน็ตเป็นเทคโนโลยีที่การซื้อทีวีใหม่วันนี้เป็นสเปคที่ควรจะพิจารณา ถ้ามี Wi-Fi ด้วยก็จะสะดวกมากขึ้น

Screen Mirroring สามารถให้คุณส่งภาพจากมือถือขึ้นจอทีวีได้ทันที สะดวกมากๆ แต่ซัพพอร์ตเฉพาะเครื่องที่ใช้เทคโนโลยี Miracast™ โทรศัพท์ Android สบาย ส่วน iPhone อด

ต้องสังเกต:
จุดเดียวของทีวีรุ่นนี้ก็คือ เว็บบราวเซอร์ เข้าค่อนข้างลำบากใช้งานยาก แต่สามารถใช้  Screen Mirroring จาก Android ได้ และคนส่วนใหญ่ก็คงเข้าเว็บผ่านทางมือถือมากกว่า TV

ข้อแนะนำ
ไม่ว่าจะทีวี Wi-Fi ยี่ห้อไหนก็ตาม ถ้าเป็นไปได้อยากแนะนำให้ต่อสาย LAN ตรงไปที่ router จะลื่นมากกว่าใช้ Wi-Fi และลงทุนสาย LAN ที่เป็น CAT6 ไปเลยแพงกว่ากัน 20-30 บาทต่อเมตร เท่านั้น แต่ใช้ทองแดงเส้นใหญ่กว่า การส่งสัญญานลื่นกว่า

Apps for TV

P1010839

แอปพลิเคชันเป็นเทคโนโลยีที่ดีสำหรับทีวีเช่นเดียวกับมือถือ และต้องอยู่บน platform ที่เปิดให้นักพัฒนาสามารถส่งแอปพลิเคชันเข้ามาเพิ่มได้ ยกตัวอย่างเช่น Android TV เป็นต้น แต่บางทีวีพัฒนาแอปพลิเคชันด้วยตนเอง (เชิงระบบปิด) ทำให้คนภายนอกไม่สามารถส่งแอปเข้ามาเพิ่มได้ง่าย จึงทำให้มีแอปรองรับน้อยลงไปด้วยเช่นกัน

เทคโนโลยีของ Full HD W650D : แอปพลิเคชันที่สำคัญมากๆ อย่าง YouTube เป็นแอปที่ทาง SONY ร่วมกันพัฒนากับ YouTube เอง ผลที่ออกมาคือได้แอป YouTube ที่การใช้งานยอดเยี่ยมและใช้งานง่าย แต่ส่วนที่เป็นระบบเปิดนั่นคือ มี Opera TV Store อันนี้เป็นไอเดียเด็ดมาก เพราะเป็นทางเลือกของคนต้องการทีวีที่มีแอปพลิเคชันระบบเปิด แต่ไม่อยากเสียเงินแพงกว่าเกือบ 2 เท่ากับ Android TV

Opera TV Store คือ ระบบเหมือนร้านโหลดแอปที่บริษัทบราวเซอร์ชื่อดังของโลก Opera เป็นคนสร้างขึ้น โดยเปิดให้นักพัฒนาทั่วโลกสามารถส่งแอปเข้ามารันบนทีวีที่มี Opera TV Store นี่ได้เช่นกัน ผลที่ได้คือ SmartTV ที่ราคาถูกลง แถมยังมี App ฟรีมากมาย

ทดสอบการใช้งาน YouTube

เมื่อดู TV ผ่าน Digital TV

ช่องเชื่อมต่อด้านหลัง TV

สรุปรีวิวทีวี Sony Bravia Full HD W650D

SONY Bravia W650D เป็นทีวีในแบรนด์ของ SONY Bravia อันเลื่องชื่อขนาดที่บางคนถึงกับคอมเม้นต์ว่า “ถ้าทีวีต้องเป็นโซนี่เท่านั้น” ซึ่งปกติ TV SONY จะมาในราคาค่อนข้างแพง แต่ตัวนี้มาในราคาไม่แพง เริ่มต้นเพียงแค่ 11,990 บาทเท่านั้นสำหรับ 32 นิ้ว (รุ่น KDL-32W600D) ไปจนถึงรุ่นใหญ่สุด 29,990 บาท 55 นิ้ว (รุ่น KDL-55W650D)

ถ้าสิ่งที่คุณเน้นคือคุณภาพของ “ภาพและเสียง” ทีวีรุ่นนี้ทำงานออกมาดี ในฐานะ SONY เป็นทีวีหลักของบ้านได้ งานออกแบบและวัสดุทำให้สามารถเป็นเฟอร์นิเจอร์เสริมห้องเพิ่มความดูดีของห้อง ทนทานด้วยระบบป้องกันไฟกระชากจากฟ้าผ่า สามารถต่ออินเทอร์เน็ตผ่านทาง LAN และ Wi-Fi เพื่อดูข่าวและรายการฟรีจากทั่วโลกโดยไม่ต้องเช่า Cable TV รายเดือน สามารถดู YouTube จากทีวีโดยไม่ต้องแตะมือถือ สามารถส่งภาพจากมือถือ Android ขึ้นจอก็ได้ เป็นทีวีที่ครบครันมากในราคาไม่แพง

สรุป: ได้แบรนด์ SONY + ภาพดี + เสียงดี + ราคาดี + มี App + มี Wi-Fi


ศูนย์ข้อมูลลูกค้าโซนี่ไทย
บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด 2126 อาคารกรมดิษฐ์ ชั้น 4 ถ. เพชรบุรีตัดใหม่ แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10310 โทร 66(0)2-715-6100
วันเวลาทำการ:
จันทร์-เสาร์ เวลา 09:00น. – 17:30น. ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์