ก่อนตัดสินใจซื้อบ้านหรือคอนโด เราเชื่อว่าเช็คลิสต์ในมือของทุกคน ต้องยาวเป็นหางว่าวแน่ๆ 🗒️ ดูพื้นที่ส่วนกลาง ดูทำเลใกล้รถไฟฟ้า คำนวณราคาต่อตารางเมตร บางคนกางผังดูทิศทางแดดทิศทางลม หรือละเอียดไปถึงขั้นนั่งอ่านรายงาน EIA
แต่มีความจริงของการอยู่อาศัยข้อหนึ่งที่มักตกสำรวจ ต่อให้พนักงานขายเทรนมาดีแค่ไหน ก็ให้คำตอบที่การันตีกับเราไม่ได้
“เพื่อนบ้าน-สังคมดีไหม?
หลังการขายจะดูแลโครงการ
และบริการเราดีไหม?” 🤔💭
บ้านหนึ่งหลังเราอยู่ไปอีกหลายสิบปี ทั้งบ้านและโครงการยังมีเรื่องต้องดูแล เพื่อนบ้านและสังคมก็อยากให้น่ารักต่อกัน สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่ลุ้นกว่าตัวบ้านซะอีก… การเลือกโครงการที่ตั้งใจบ่มเพาะ vibes ของคอมมูนิตี้ที่ดีมาตั้งแต่แรก เลยเป็นเครื่องมือช่วยสนับสนุนความสงบสุขในระยะยาวไปจนตลอดการอยู่อาศัยได้ระดับนึงเลย
สามารถรับชมวิดีโอแคมเปญตัวเต็มได้ที่ลิงก์นี้

เมื่อความจริงทำหน้าที่เล่าเรื่อง
ซึ่งปีนี้มีแคมเปญหนึ่งที่ iURBAN สนใจเป็นพิเศษ เพราะเราชอบวิธีการเล่าเรื่อง
ปกติแบรนด์มักจะเป็นคนพูดอยู่ฝ่ายเดียว ปีนี้แสนสิริในก้าวปีที่ 40 กลับเลือกเปิดพื้นที่ให้ “ลูกบ้านตัวจริง” มาเล่าประสบการณ์ด้วยตัวเองผ่านวิดีโอแคมเปญชุด
“The true story of Every day…
Life is Good”
โดยหยิบเอา 3 เรื่องจริงที่เกิดขึ้นภายในโครงการมาเล่า ภายใต้ชื่อสั้นๆ คือ
“CAT – VEGGIE – BOO!”
แมวดำหนึ่งตัว กับน้ำใจของเพื่อนบ้าน
เรื่องแรกเริ่มจากเหตุการณ์ใน T77 Community เมื่อ “เจ้าคุโระ” แมวดำของร้านที่ลูกบ้านคุ้นหน้ากันดีเกิดหายตัวไป
ในสังคมเมืองทั่วไป การที่สัตว์เลี้ยงของใครหายไป มักจบลงด้วยการที่เจ้าของต้องตามหาเพียงลำพัง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในคอมมูนิตี้แห่งนี้กลับต่างออกไป

เมื่อกลุ่มเพื่อนบ้านในโครงการที่หลายคนที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ต่างพากันลุกขึ้นมาช่วยเป็นหูเป็นตา และร่วมมือกันออกตามหาเจ้าคุโระอย่างจริงจัง ราวกับว่าน้องแมวตัวนั้นเป็นสัตว์เลี้ยงของทุกคนในโครงการ และมากกว่านั้นคือแสนสิริมีระบบ LIV24 ที่ช่วยส่องเหตุการณ์ย้อนหลังได้อย่างรวดเร็ว
iURBAN มองว่านี่คือ Stress Test ของคำว่า “สังคมและเพื่อนบ้านที่ดี” ที่วัดกันตอนมีเรื่องทุกข์ใจของใครสักคนเกิดขึ้นในวันธรรมดาๆ แบบนี้


เรื่องของเจ้าคุโระจึงเป็นข้อพิสูจน์รากฐานของความอบอุ่นใจ ที่เกิดจากสังคมที่มีคนแคร์กันจริงๆ
ผักสวนครัวที่สื่อถึงการดูแลและความใส่ใจ
เรื่องที่สองอยู่ในพื้นที่สีเขียวส่วนกลางที่เรียกว่า Sansiri Backyard

ปกติในโครงการก็จะมีสวนเพื่อพักพ่อน ร่มรื่น สวยงาม แต่ที่ แสนสิริ มี Sansiri Backyard ที่ปลูกผักสวนครัว ปลอดสารพิษให้ลูกบ้านมาเก็บนำไปรับประทานได้
ภายหลังที่ได้ข้อความขอบคุณ เจ้าหน้าที่ที่ดูแลสวนนี้ประจำถึงได้ทราบว่ามีลูกบ้านท่านนึง ที่ป่วยเป็นโรคมะเร็ง จะมาเก็บผักไปทำน้ำผักปั่น ตามคำแนะนำของแพทย์ในการดูแลสุขภาพ


หลังจากนั้นลูกบ้านท่านนั้นได้ส่งข้อความเข้ามาทาง Sansirin Call Centre เพื่อขอบคุณ ผู้จัดการหมู่บ้านและคนสวน ที่คอยดูแล แปลงผักเป็นอย่างดี สวนเล็กๆ แห่งนี้จึงกลายเป็นพื้นที่สำคัญ ที่ส่งต่อทั้งสุขภาพดีและกำลังใจให้แก่กัน
———
รอยยิ้มที่ไร้ช่องว่างของวัย
เรื่องปิดท้ายเราจะได้เห็นภาพของ “แก๊งเด็ก” และ “แก๊งวัยเกษียณ” สนุกและหัวเราะไปด้วยกัน ในช่วงเวลาพิเศษอย่างเทศกาลฮาโลวีน

คนสองเจนที่ห่างกันมาก สามารถแบ่งปันความสุขและร่วมสนุกกับสิ่งเดียวกันได้ ผ่านพื้นที่ที่ออกแบบมาอย่างเข้าใจพฤติกรรมมนุษย์และคิดมาเผื่ออนาคตโดยคำนึงถึงทุกคนที่จะมาอยู่ร่วมกัน ใน Community


สร้างสภาพแวดล้อมที่ทำให้ทั้งเด็กและผู้สูงอายุรู้สึกมีตัวตน มีความหมาย และได้รับรอยยิ้มกลับไป
———
มาตรฐานใหม่ในการเลือกซื้อบ้าน
จากที่ iURBAN มีโอกาสเข้าไปรีวิวและสำรวจโครงการที่อยู่อาศัยมาเยอะมากกว่า 10 ปี สิ่งหนึ่งที่เราสังเกตเห็นคือ คนซื้อบ้านส่วนใหญ่มักจะทุ่มเทเวลาไปกับการตรวจสอบสิ่งที่เรามองเห็นภายนอกและเปรียบเทียบเป็นตัวเลขได้ง่าย
แต่สิ่งที่มีอิทธิพลต่อความสุขในระยะยาวมากที่สุด กลับเป็นมิติของสังคมและผู้คนรอบตัวที่ไม่มีระบุไว้ในสัญญาซื้อขาย
คำถามที่ว่า
“เพื่อนบ้านสังคมในโครงการจะดีรึเปล่า
เขาจะดูแลโครงการดีแบบนี้อีกนานไหม”
จึงเป็นคำถามสำคัญที่คุณไม่มีวันหาคำตอบได้จากหน้ากระดาษโบรชัวร์ แต่แสนสิริพิสูจน์แล้วจากเสียงจากลูกบ้าน สิ่งเหล่านี้เป็น DNA เป็นมาตรฐานในการสร้างสังคมและดูแลโครงการของแสนสิริมากว่า 40 ปี

ถ้าคุณกำลังหาคำตอบของคุณภาพชีวิตที่ดีแบบนี้ iURBAN ขอแนะนำให้ลองสละเวลาเข้าไปรับชมเรื่องราวจากเหตุการณ์จริงทั้ง 3 เรื่องนี้ดู
ใช้เวลาไม่นาน แต่อาจทิ้งคำถามสำคัญให้เราได้กลับมาคิดต่อยาวๆ
สามารถรับชมวิดีโอแคมเปญตัวเต็มได้ที่ลิงก์นี้

