ASPIRE Onnut Station จาก AP Thailand
AP CODE : Quality Behind the Design
ASPIRE คอนโดแรกริมถนนสุขุมวิท สร้างเสร็จพร้อมเข้าอยู่
ใครเคยวางแผนตอนเช้าว่า 5 นาทีเดินชิลล์จากคอนโดถึง BTS
ของจริงคนออกพร้อมกันทั้งซอยจนรถติด 5 นาทีที่เคยฝันกลายเป็น 30 นาที
ยิ่งวันไหนฝนตก แทบต้องลางานช่วงเช้า
ถ้าอยู่ริมถนนที่เดินไป BTS เองได้ ก็เหมือนได้ “เวลา” เป็นของแถม
แต่แหม…คำว่า “คอนโดริมถนนสุขุมวิท”
มักแปลว่า 10 ล้านขึ้นไป (บางที่ก็ร้อยนะ)
ซึ่งที่จริง…ก็พอมี “ข้อยกเว้น”
Exclusive ALL-IN Lifestyle
ASPIRE Onnut Station เป็นคอนโด High-Rise โปรเจกต์ใหม่พร้อมเข้าอยู่จากเอพี ที่ตัวโครงการติดถนนสุขุมวิทไม่ต้องเข้าซอย ไม่ต้องรอรถ ชีวิตเร็วกว่าทันที ตัดเวลาออกซอยจากชีวิตไปได้เลย เป็นทำเลชีวิตที่ Predictable Plan ของจริง
เพียงเดินจาก BTS อ่อนนุช 200 เมตร ผ่าน Lotus’s, Century The Movie Plaza จะช็อป Supermarket ก่อนกลับเข้าบ้าน แวะกินข้าว นั่งชิลคาเฟ่ ก็อยู่ใน Daily Route ทั้งหมด

The Exclusive Quintuple Facilities
ทุกพื้นที่ส่วนกลาง 5 ชั้นถูกยกระดับให้หรูหราขึ้นกว่าที่ ASPIRE เคยเป็นตั้งแต่ชั้น G ที่มีงานไฮไลต์อินทีเรียใช้ Italian Marble ไปจนถึง Triple Rooftop Facilities ปล่อยใจไปกับบรรยากาศโค้งน้ำบางกะเจ้าและวิวเมืองสุขุมวิทแบบ Panoramic
ไม่เพียงแค่หรู แต่ดีไซน์เข้าใจ modern urban lifestyle ทั้งพื้นที่ทั้งทำงานและผ่อนคลายหลายโซน รู้สึกอยากออกมาใช้งาน เปลี่ยนให้บ้านหลังนี้ไม่ใช่พื้นที่แค่ในห้อง
New Flexible Space
ห้องตัวอย่าง 1-BEDROOM มีให้ชม 2 แบบ (27 ตร.ม. และ 30.5 ตร.ม.) ทั้ง Open Plan สเปซโปร่งสบายขนาดใหญ่ และ Layout ใหม่ที่แบ่งสัดส่วนได้น่าสนใจแบบน่าทึ่ง พร้อมครัวปิดทุกยูนิต ขยับให้เข้าได้กับทุก lifestyle จะอยู่คนเดียวเป็นคู่ก็ลงตัว

AP CODE : Quality Behind the Design
สิ่งที่คอนโดเอพีทุกโครงการให้ความสำคัญยิ่งกว่าความสวยงามคือคุณภาพ ภายใต้มาตรฐานการออกแบบและก่อสร้างที่เรียกว่า AP CODE ที่เป็นเหมือน ‘Master Guideline – Checklist’ ที่ครอบคลุมทุกรายละเอียด รวมไปถึงการออกแบบและการก่อสร้าง โดยอ้างอิงข้อกฎหมายอย่างเคร่งครัด
และที่น่าสนใจคือทีมคอนโดเอพีมีการพัฒนาเพิ่มอัปเดตตลอดเวลา ทำให้มั่นใจได้ว่าทุกโครงการในเครือเอพีคอนโด ได้ผ่านการคำนวณอย่างแม่นยำจากทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ เพื่อมอบประสบการณ์การอยู่อาศัยในคอนโดที่มั่นคง ปลอดภัย และไร้กังวลให้กับลูกบ้าน AP ทุกคน
และที่ ASPIRE อ่อนนุช สเตชั่น ยังเป็นโครงการแรกที่มอบความเหนือระดับด้านความปลอดภัย ด้วยการติดตั้ง “Seismic Sensor” หรือเซ็นเซอร์ตรวจจับแผ่นดินไหวในระบบลิฟต์โดยสาร ไม่เพียงยกระดับความปลอดภัยให้ผู้อยู่อาศัยอย่างเห็นได้ชัด แต่ยังช่วยลดความเสี่ยงที่ลิฟต์จะชำรุดเสียหายเมื่อเกิดเหตุ นับเป็นอีกขั้นของคอนโดเอพีกับความใส่ใจที่หาได้ยากเทียบกับโครงการแบรนด์อื่นในตลาด
Rare Location, Rare Opportunity
ในวันที่คอนโดริมสุขุมวิทเริ่มต้นที่ 8–12 ล้าน (หรือบางแห่งก็หลายร้อยล้าน) ASPIRE อ่อนนุช สเตชั่น จาก AP Thailand เปิดราคามาแค่ 4.19 ล้าน
และไม่ใช่ Presale นี่คือตึกจริง วิวจริง ห้องจริง Preliminary Gate Open เข้าชมได้แล้ววันนี้ ลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิพิเศษ และส่วนลดสูงสุด 100,000 บาท* ได้ที่นี่

Location
ที่จริงคอนโดนี้มีอะไรให้รีวิวเยอะมาก แต่เราเอา Location ขึ้นก่อน เพราะเป็นสิ่งที่แทบจะไม่มีคอนโดไหนให้แบบนี้กับคุณในช่วงราคานี้ได้เลย

ทำเลนี้เหมาะกับคนทำงานแบบสุดๆ ไปทำงานเร็ว แหล่งงานเยอะ ค่าครองชีพต่ำ รองรับไลฟ์สไตล์หลากหลาย ห่างทองหล่อแค่ 3 สถานี วิ่งตรงเข้า อโศก, ชิดลม, สยาม ได้แบบไม่ต้องลงจากรถ
แม้อาจไม่ใช่ 0 ก้าวถึงรถไฟฟ้า แต่ถ้าเข้าใจความเหมาะกับคนทำงาน ด้วยราคาเริ่มเพียง 4.19 ล้าน เดินออกกำลังอีกหน่อยแค่ 200 เมตรก็ไม่ทำให้เสียประโยชน์ ถ้ามองคอนโดย่านสุขุมวิทที่เดินระยะประมาณนี้ก็ราคาสูงกว่านี้
- เวลาคือสิ่งสำคัญ ‣ ที่นี่คุณเหมือนไม่ได้ซื้อแค่คอนโด แต่คุณได้เวลาในชีวิตกลับมาจากการเดินทาง ความสะดวกของการไม่ต้องเข้าซอยจะเปลี่ยนชีวิตให้ Predicable ทันที และเหลือเวลาให้กับสิ่งที่สำคัญหรือคนที่คุณรัก
- ซื้อของได้ถูกกว่า ‣ พื้นที่ตรงนี้ยังมี Lotus’s อ่อนนุช ทำให้ช็อปของเข้าบ้านราคาโปรได้ ซื้อของดีราคาถูกได้ทั้งที่ยังอยู่บนสุขุมวิท เรียกว่านี่เป็นโซนของคนทำงาน ทำเงิน เก็บเงินได้เยอะโซนอื่นๆ
- สำหรับคนขับรถ ‣ ลัดเข้าซอยกลับมาขึ้นทางด่วนได้เลย ขากลับก็ลงทางด่วนถึงคอนโด
- สำหรับการปล่อยเช่า ‣ คอนโดอยู่ริมถนนสุขุมวิทย่อมถูกเลือกก่อน และคุณก็สามารถจะบริหารราคาได้มากกว่า
- ของแถม ‣ ที่จริงการที่ติดกับการประปา ก็เป็นการันตีข้อนึงว่าอนาคตที่ดินนี้จะไม่มีคอนโดมาบังวิวคุณแน่ๆ (หรือก็ยากกว่าที่ดินเอกชนมากๆ)
Facilities ส่วนกลางคอนโด ASPIRE Onnut Station
พื้นที่โล่งสีเขียว Welcome Home Everyday ก็สดชื่นดีเหมือนกันนะ
MAIN GATE

ทีม AP Design Lab เขาสะสม Big Data ว่าชีวิตการทำงานของคนในเมืองมักจะเหนื่อยล้ากับทั้งงานและการเดินทาง คอนเซ็ปต์คอนโดนี้เลยจัด Nature Green Space ต้อนรับตั้งแต่กลับมาถึงบ้าน ให้พักสายตาจากความวุ่นวาย เป็นเหมือน transition ปรับอารมณ์ พักหายใจก่อนเข้าสู่ด้านในทุกครั้งที่กลับมา
ปกติการดีไซน์คอนโดบนสุขุมวิท ที่ดินราคาสูงก็มักจะใช้พื้นที่เต็มจนชิดถนน ไม่ค่อยมีโปร่งแบบนี้
THE OASIS & THE DROP OFF


THE OASIS เป็นส่วนแรกที่ช่วย refresh ความรู้สึก มีพื้นที่โล่งกว้างๆ เกิดสเปซที่สบายใจท่ามกลางมหานคร อนาคตต้นไม้ตรงนี้โตขึ้นๆ ก็จะยิ่งสวยงามมากขึ้นเรื่อยๆ ตอนกลางคืนก็ได้ฟีลมาก และก็จะเจอกับ THE DROP OFF ทันทีเข้าใจไม่ยาก ใหญ่พอให้เลี้ยวรถสะดวก
THE ASPIRE COMMON

เข้าประตูมา THE ASPIRE COMMON ด้วยการตกแต่งก็รู้ได้ทันทีว่าคอนโดนี้ Taste ดี ด้วยผนังและลวดลาย texture ลายไม้ที่แขวนอยู่บนเพดาน ยกความพิเศษของสถานที่ขึ้นอีกระดับแต่ยังคงสนุกด้วยการกล้าเล่นสี accent color ที่โดดเด่นอย่างลงตัวตามคอนเซ็ปต์ Exclusive Modern
จากห้องนี้ถ้าตรงไปจะพบกับ THE LOBBY LOUNGE แต่เราจะพาคุณไปทางขวามือกันก่อน
THE ASPIRE COMMON & THE PICK UP

หน้าที่ของ THE ASPIRE COMMON จะเป็น Welcome Foyer มุมแรกที่ใช้ต้อนรับและเตรียมตัวเข้าออกจากคอนโด เป็นหนึ่งจุด transition ตามหลักสถาปัตย์ แต่ถูกออกแบบให้สามารถใช้ประโยชน์ได้ด้วย
ถ้าหากมองทะลุเข้าไปด้านหลังจะพบ THE PICK UP พื้นที่ที่เป็น Signature ของ AP คอนโด ซึ่งตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ได้อย่างตรงจุด พื้นที่รับอาหาร รับของ delivery ที่สั่งมาแบบไม่ต้องออกจากคอนโดเย็นๆ มุมนั้นไม่ต้องให้ Rider เข้ามาที่ THE ASPIRE COMMON ช่วยให้การใช้ชีวิตของลูกบ้านไม่ต้องปะปน ทำให้เป็นส่วนตัวมากขึ้น
THE PARLOUR

หลังห้อง THE PICK UP มีส่วนกลางตรงนี้ ออกแบบไว้สำหรับนั่งรอผู้ติดต่อ หรือจะทานน้ำทานขนมที่สั่งมาได้ (ถ้ายังไม่ขึ้นไปกินข้างบน) หรือแม้แต่การคุยกับผู้ติดต่อที่เราไม่สะดวกให้เข้าสู่โซนด้านใน เช่น อาจจะนั่งคุยกับพี่แมส พนักงานบัญชี ฯลฯ พื้นที่ตรงนี้ที่จบงานได้สะดวกทั้งสองฝ่าย


และยังแถมด้วยห้องด้านใน THE MEETING เป็นห้องสำหรับการคุยกันที่เป็นส่วนตัวมากขึ้นอีกนิดได้ที่ตรงนี้ พื้นที่โซนนี้ใช้การออกแบบตกแต่งที่เหมือนประกาศให้ผู้ติดต่อรู้ได้ทันทีว่าคอนโดนี้สวยและมีความตั้งใจในการออกแบบสูง
THE LOBBY LOUNGE

THE LOBBY LOUNGE กลับแตกต่างออกไปอย่างน่าสนใจ โซนนี้คือ Daily Route ที่ลูกบ้านอยู่อาศัยจริงจะเดินผ่านทุกวัน เขาเลือกใช้การออกแบบที่สบายๆ ผ่อนคลายมากขึ้นแบบ Welcome Home
ให้ความรู้สึกเหมือน lounge โรงแรม 5 ดาว ยกระดับความ Unique ด้วยการใช้หินอ่อนธรรมชาติที่นำเข้าจากอิตาลี ที่ทั้งโลกก็จะไม่มีใครได้ลวดลายที่เหมือนกัน หินนี้ชื่อว่า ARABESCATO OROBICO ROSSO (อา-รา-เบส-กา-โต้ โอ-โร-บิ-โก้ รอส-โซ่) ให้สีที่โดดเด่นมีคาแรคเตอร์สูง เมื่อผสมกับลายไม้ดูธรรมชาติ และสีเอิร์ธโทน สเปซห้องนี้จึงลงตัวอย่างมาก
เราชมบ่อยมากเรื่องฝีมือการตกแต่ง “ความสวยหรูที่พอดี” เอพีไม่เคยแพ้ใคร สิ่งเหล่านี้มากไปก็ไม่ดี น้อยไปก็ดูแห้ง แต่ในดีเทลทั้งหมดของ ASPIRE ONNUT STATION ก็เป็นอีกโครงการที่ทำได้จบอย่างลงตัว ให้ความรู้สึกที่ Exclusive มากกว่า ASPIRE ที่เคยผ่านมาด้วยซ้ำไป
THE CO-OP SOCIETY

ห้องที่ติดกันกับ THE LOBBY LOUNGE ซึ่งอาจจะเป็น Open Space เชิง social area สักหน่อย ถ้าหากใครต้องนั่งทำงาน ติดกันเลยก็มีพื้นที่นี้ THE CO-OP SOCIETY เป็นหนึ่งห้องที่ดีไซน์มาเป็น Co-working Space ให้ลูกบ้านสามารถจองใช้งานล่วงหน้าได้ง่ายๆ ผ่านแอปพลิเคชันของโครงการได้
THE DESK

แต่ถ้าหากคุณมาคนเดียว สามารถนั่งทำงานใช้สมาธิในมุมนี้ได้เลย THE DESK ที่ออกแบบมาเป็น Semi-Closed Space ให้นั่งสงบๆ

รูปจะถ่ายมาเพราะอยากให้เห็นความลงตัวของการตกแต่งจริงๆ แม้แต่ Corridor ผ่านไปลิฟต์หรือ Parking Building ก็ยังเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่ใช้วางไว้แบบ สวยลงตัว มีสไตล์มากๆ และการตกแต่ง art piece ของเขาก็กำลังดี เสริมมู้ดทุกตารางเมตรของพื้นที่ได้แบบต้องชม
WAITING LOUNGE

นี่เป็นโซนสุดท้ายของชั้น G คือ WAITING LOUNGE – ที่โซนให้รอมาอยู่ท้ายคอนโดก็เพราะว่า หลังคอนโดนี้มี Parking Building ที่เป็นอาคารแยกออกไป (ส่วนนี้ก็ต้องชมอีก เพราะทำให้ไม่รบกวนลูกบ้าน) ซึ่งที่จอดมีทั้งแบบ Conventional และ Auto Parking
คุณผู้หญิง เด็กๆ หรือผู้สูงอายุ อาจจะนั่งรอที่ตรงนี้ก็ได้ ระหว่างที่คนขับกำลังไปขับรถออกมารับ และก็ออกไปขึ้นรถได้สะดวกเลย ไม่ต้องรอที่ THE ASPIRE COMMON ด้านหน้าอย่างเดียว
TRIPLE ROOFTOP FACILITIES

จากนี้เราจะพาไปชม Triple Rooftop Facilities ที่เชื่อมต่อชั้น 36-37 และชั้นดาดฟ้า
THE PRODUCTIVE HUB & THE MEETING

ที่ชั้น 36 ห้อง THE PRODUCTIVE HUB นี้ผสมระหว่างสเปซนั่งทำงานและการพักผ่อนไปพร้อมกับวิวเมืองที่สวยงาม โซนนี้เปิด 24h ด้วย ทำให้สะดวกมากที่จะทำงานดึก และด้านในก็มีห้องประชุม THE MEETING หากต้องการใช้งานด้วย


ห้องนี้ถ้าคุณนั่งทำงานนานๆ ถ้ารู้สึกตึงๆ ก็เดินออกมาสูดอากาศ พักสายตากับพื้นที่สีเขียวให้ผ่อนคลายได้เลยกับวิวฝั่งสุขุมวิทแบบพาโนรามา 180 องศา มองไปดึกๆ ยังเห็นตึกเปิดไฟมีคนทำงานเป็นเพื่อนทั่วมหานคร
SKY LOUNGE & THE BREATHING HUB


อีกด้านของอาคารชั้น 36 มีห้องนี้ที่ผสม SKY LOUNGE และ THE BREATING HUB เข้าด้วยกัน มุมนี้ก็ยังมานั่งทำงานได้อีกนะ มีจุดนั่งทำงานเยอะจริงๆ มุมฝั่งนี้จะได้ทอดสายตาเห็นแม่น้ำเจ้าพระยาที่ไม่เคยหลับกับพื้นที่ปอดฟอกอากาศใหญ่ที่สุดของกรุงเทพอย่างบางกะเจ้า


แล้ววิวดีขนาดนี้ ระหว่างทางเดิน ก็ยังมีลูกเล่น ให้นั่งพัก นั่งคุยกัน มุมนี้เรียกว่า THE CLOUD ที่ให้คุณและคนพิเศษได้ใกล้กับเมฆและดวงดาวมากขึ้นอีกนิดนึง
THE WORK OUT HUB

ขึ้นมาอีกชั้น 37 เป็น THE WORK OUT HUB พื้นที่ออกกำลังฟิตร่างกายไม่ต้องไปที่ไหนไกล มีสระว่ายน้ำ THE AQUA รองรับคนออกกำลังแบบ Active

หรือใครจะนั่งแช่นวดตัวสุดชิลก็ที่ THE JACUZZI สำหรับแนว Passive ผ่อนคลายได้ ไม่เท่านั้น ยังมี Day Bed นอนชมวิวที่ชั้นนี้อีกด้วยกับโซน THE PEAK
THE GYM

เป็นตัวคุณให้ถึงที่สุด สะดวกเวลาไหน ก็เล่นเวลานั้นกับ THE GYM ฟิตเนสรองรับการใช้งาน 24 ชั่วโมง พร้อมอุปกรณ์ครบทั้ง Weight Training & Cardio ลู่วิ่งสามารถจองผ่านแอปพลิเคชันได้สะดวกมาก
THE DECK GARDEN


ชั้นสุดท้าย 38 พบกับ THE DECK GARDEN พื้นที่ Roof Deck ที่เขาปรับ landscape ให้ไม่เสียเปล่า ปลูกต้นไม้ทั่วบริเวณ ด้วยความอยากให้เป็น Oasis ใจกลางเมืองที่ลูกบ้านเข้าถึงได้ อนาคตต้นไม้โตที่นี่น่าจะยิ่งสวยมากขึ้นทุกปีๆ และนี่คือ Facilities ทั้งหมดของคอนโดนี้ที่มีพื้นที่กว่า 4,700 ตารางเมตร
ROOM TYPE ห้องตัวอย่าง
ONE BEDROOM – 27 ตร.ม.
ส่วนห้องตัวอย่าง มีให้ชม 2 Type โดยห้องแรกไปชม ONE BEDROOM – 27 ตร.ม. มาพร้อม layout ห้องแบบ Open Space เปิดโล่งสุด (ราคาพิเศษช่วงเปิดตึก 4.19 ล้านบาท*)



ดีไซน์แบบนี้เข้าใจง่ายและยืดหยุ่นมาก จะจัดอะไรยังไงก็แล้วแต่ไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไปในทุกปี มีระเบียงให้ด้วย พื้นที่ห้องใหญ่พอที่จะลงทั้งเตียงนอน โต้ะทำงาน หรือ Dining และโซน Living หรือจะปรับยังไงก็ได้หมด flexible รองรับทุกไลฟ์สไตล์สุดๆ


ห้องทุก layout ถูกออกแบบด้วยแนวคิดให้ “ครัวปิด” ทั้งหมด ตัวห้องน้ำก็มาอยู่หลังบานปิดด้วย ทำให้ทั้งอาหารได้กลิ่นไม่ย้อนเข้าพื้นที่อยู่อาศัย และความชื้นจากห้องน้ำก็ไม่ย้อนด้วย เป็นดีไซน์ที่ค่อนข้างได้ประโยชน์ด้าน Health & Well-being มากๆ
ONE BEDROOM – 30.5 ตร.ม.
ไปดูห้องตัวอย่างอีกห้อง ONE BEDROOM เช่นกัน แต่ใหญ่ขึ้นนิดนึงเป็น 30.5 ตร.ม. แต่ไม่ธรรมดานะ layout ห้องคนละบุคลิกอย่างแตกต่างเลย

ต้องอธิบายด้วยภาพนี้ว่า layout ถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วนตั้งแต่เดินเข้าประตูมาจะพบ

1. ครัวและห้องน้ำ

2. Living & Dining Area

3. Bedroom
เป็นการออกแบบที่โดดเด่นมาก จัดสัดส่วนได้รู้สึกว่าห้องมีพื้นที่เยอะขึ้นมากขนาดนี้ได้ยังไง
การออกแบบ layout ให้แบ่งสัดส่วนที่ชัดเจน ยิ่งทำให้รู้สึกมีฟังก์ชันให้ใช้งานมากขึ้นกว่าเดิมไปอีก สำหรับคนที่อยู่มากกว่า 1 คนยิ่งมีประโยชน์ บางทีต้องทำงานดึกก็ไม่รบกวนการนอนของอีกคนนึง โดยราคาที่ได้ยินมาคือ จะแพงกว่าห้องแรกแค่ประมาณ 1 แสนเท่านั้นเอง ไม่ได้อยู่ที่งบแล้วแหละ อยู่ที่ว่าชอบแบบไหนมากกว่ากัน
AP CODE : Quality Behind the Design
เบื้องหลังดีไซน์ที่มั่นใจได้ กลับไม่ใช่แค่เรื่องของรสนิยม แต่คือโครงสร้างที่ยืนอยู่บนมาตรฐานจริง

ASPIRE Onnut Station ถูกพัฒนาโดยยึดมาตรฐานการก่อสร้างที่เอพีสร้างขึ้นมาเรียกว่า “AP CODE” เป็นเหมือน “คู่มือไบเบิล” ที่ครอบคลุมทั้งการออกแบบ การก่อสร้าง ไปจนถึงการใช้งานและดูแลในระยะยาว อ้างอิงจากกฎหมายทางวิศวกรรมทั้งในไทยและต่างประเทศ พร้อมอัปเดตตลอดเวลาให้ดีมากขึ้นเรื่อยๆ
AP CODE ให้ความสำคัญกับ 4 องค์ประกอบหลัก

- เสาเข็มและฐานราก : เป็นส่วนที่ทำหน้าที่รับน้ำหนักตัวอาคารและกระจายน้ำหนักไปยังชั้นดินใต้อาคาร
- Shear Wall : ผนังคอนกรีตเสริมเหล็ก 4 จุดรอบ core อาคาร ช่วยต้านแรงลมและแรงสั่นสะเทือน เหมือนกระดูกสันหลังของตึก
- เสารับน้ำหนัก : วางตำแหน่งสัมพันธ์กับ Shear Wall เป็นส่วนที่รับน้ำหนักอาคารในแนวดิ่ง
- ระบบพื้นไร้คาน (Post-Tension Slab) : เป็นส่วนที่รองรับน้ำหนักจากการใช้งานของอาคารโดยการใช้วิธีระบบพื้นไร้คานที่ใช้เทคนิคการอัดแรงภายหลังเข้ามาช่วยในการก่อสร้างทำให้โครงสร้างพื้นโก่งขึ้น ทำให้สามารถรับน้ำหนักได้มากขึ้น
Seismic Sensor
สำหรับปี 2025 นี้ทาง AP Thailand ได้เพิ่ม AP Code อีก 1 ข้อ คือ Seismic Sensor – Earthquake Emergency Operation in Elevator

ซึ่งเป็นมาตรฐานที่เหนือกว่าคอนโดทั่วไปในตลาด เซ็นเซอร์ตรวจจับแผ่นดินไหวที่ติดตั้งอยู่ในลิฟต์ โครงการแรกที่ได้อัปเกรดก็คือที่นี่ ASPIRE Onnut Station
เข้าใจง่ายๆ ว่าอุปกรณ์ชิ้นนี้จะทำหน้าที่สำคัญ 2 อย่าง เมื่อจับแรงสั่นสะเทือนได้
- พาผู้โดยสารไปชั้นที่ใกล้ที่สุดและเปิดประตูออก ทำให้ออกจากลิฟต์ได้อย่างรวดเร็ว
- หยุดลิฟต์ เพื่อลดการแกว่ง
ข้อ 2 นี่ก็สำคัญที่ยิ่งหยุดได้เร็ว ลิฟต์ยิ่งลดโอกาสเสียหาย เพราะลิฟต์ที่มีปัญหากันมักเกิดจากการหยุดไม่ทันระหว่างเกิดการสั่นสะเทือน ทำให้น้ำหนักแกว่งไปฟาดกับอุปกรณ์อื่นชำรุด
ซึ่งทาง AP แจ้งเราด้วยว่า เหตุการณ์ที่ผ่านมา ไม่มีคอนโดไหนเลยของ AP ที่ลิฟต์ใช้งานไม่ได้ 100% หลังเหตุสงบ ลูกบ้านทุกคอนโดยังสามารถใช้ขึ้นลงได้อยู่
ASPIRE Onnut Station
พร้อมเข้าชมคอนโดจริงแล้ววันนี้
ASPIRE Onnut Station นี่เป็นคอนโดที่เราพยายามจะรีวิวให้กระชับที่สุดแล้ว แต่ความที่ Facilities เยอะ จุดเด่นเยอะ ทำเลดี ก็เป็นอีกคอนโดที่ไม่ควรพลาดเลย

เตรียมเปิดชมครั้งแรก Preliminary Gate Open ตึกจริง ห้องจริง วิวจริง ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป









