fbpx
Amazfit GTR : Smart Watch รุ่นหน้าปัดจอสีดิจิตอล ที่ใช้งานได้นานที่สุดถึง 24 วัน 13 - Highlight

Amazfit GTR : Smart Watch รุ่นหน้าปัดจอสีดิจิตอล ที่ใช้งานได้นานที่สุดถึง 24 วัน

ผมก็เป็นอีกคนที่ชอบใช้ Smart Watch แต่ไม่ได้ใช้ Apple Watch เพราะแบตหมดไวเหลือเกิน ต้องคอยชาร์จแบตสิ่งที่เรียกว่า “นาฬิกา” ทุกวัน มันไม่คุ้นชินจากเดิมที่นาฬิกาธรรมดา ใส่ถ่านทีมันอยู่ได้เป็นปีๆ จนลืมไปเลย

แม้จะมี wireless charger ก็ยังต้องใช้พื้นที่สมองส่วนหนึ่งทุกๆ วัน เพื่อจำว่า “อย่าลืมชาร์จนาฬิกาด้วยนะ” เพิ่มอีกอย่างนึง (แค่อย่าลืมชาร์จมือถือก็เรื่องนึงแล้ว)

ความสัมพันธ์ของผมกับ Apple Watch เลยไปด้วยกันได้ไม่ดีนัก ฮือ

Amazfit GTR : Smart Watch รุ่นหน้าปัดจอสีดิจิตอล ที่ใช้งานได้นานที่สุดถึง 24 วัน 14 - Highlight
Mi Band 4
Smart Tracker ตระกูลที่(น่าจะ)ขายดีที่สุดในโลก
เพราะราคาประมาณ 1,000 เท่านั้นเอง

ต่อมาเมื่อมียี่ห้อที่ซื้อหามาลองง่าย เพราะราคาถูกเหลือเกินอย่าง Mi Band ไม่ถึงพันบาทก็เป็นเจ้าของได้แล้ว เข้ามาก็เลยชอบ เพราะอึดถึกใช้เกือบเดือนกว่าจะแบตหมด แต่ในใจก็ยังคาดหวังจะได้ใส่ Smart Watch ที่หน้าตาเหมือนนาฬิกาจริงๆ อยู่เหมือนกัน

WearOS by Google

Amazfit GTR : Smart Watch รุ่นหน้าปัดจอสีดิจิตอล ที่ใช้งานได้นานที่สุดถึง 24 วัน 15 - Highlight
Capture from https://wearos.google.com

ตอนนี้พอ WearOS ของฝั่ง Google ออกมาก็มีจุดแข็งคือ แบรนด์นาฬิกาและแฟชั่นหลายเจ้าดังๆ อย่าง TAG Heuer, Casio และอีกเพียบ ก็เอากับเขาด้วย ได้เชื่อมต่อกับแอพลิเคชั่นต่างๆ ทั่วอินเตอร์เน็ต เช่น Spotify ทำให้ได้ Smart Watch ที่สวยเหมือนนาฬิกาจริงๆ แถมยังมีระบบฉลาดๆ ด้วย

กองทัพนาฬิกา WearOS อนาคตไกล นี่คือ สวยจริง เยอะจริง แบรนด์หรูจริง
https://wearos.google.com

แต่ WearOS ก็มีจุดอ่อน คือ เกือบทุกรุ่นทุกยี่ห้อแบตหมดในเวลาประมาณ 2 วัน (มากสุดบางเจ้าแจ้งว่า​ 6 วัน) เพราะ Wear OS ทำอะไรได้เยอะก็ใช้พลังงานเยอะด้วยเป็นเงาตามตัว แม้จะไม่กดดูอะไร ก็ไม่รอดใน 2 วัน ยกเว้นบางยี่ห้อจะเปิดเป็น Clock Mode ได้ ก็จะยืดอายุการใช้นาฬิกาได้หลายวันจนถึงเป็นเดือนเลย

แต่เอ่อ… ถ้าใช้แค่นาฬิกา แล้วเราจะซื้อ Smart Watch ทำไมล่ะ

มีนาฬิกาที่ใช้ Smart Function
ได้ถึง 24 วัน

ที่เล่ามาคือว่า ตอนนี้ มี Smart Watch ที่แก้ปัญหาปัญหาแรกที่เคยเจอเมื่อหลายปีที่แล้วตั้งแต่ Apple Watch รุ่นแรก คือ ไม่ต้องชาร์จแบตทุกวัน นั่นคือ Amazfit GTR (Xiaomi/Mi)

Amazfit GTR

Amazfit GTR : Smart Watch รุ่นหน้าปัดจอสีดิจิตอล ที่ใช้งานได้นานที่สุดถึง 24 วัน 19 - Highlight
Amazfit GTR ออกแบบลักษณธแบบนาฬิกาข้อมือแบบมีเข็ม (เข็มนั่นภาพดิจิตอลนะ)

สิ่งที่เจ๋งที่สุดของ Amazfit GTR คือ การใช้งานฟังก์ชั่น smart watch เต็มรูปแบบ แบตเตอรี่อยู่ได้ถึง 24 วัน! ยิ่งและถ้าใช้เป็นแค่นาฬิกา ไม่ใช่ฟังก์ชั่นสมาร์ท แบตอยู่ได้ถึง 74 วัน แสดงว่ามันรีดการใช้พลังงานมาได้ดีจริงๆ

อึดมาก แถมหน้าตาดี จอสีแจ่มชัด เป็น OLED สีชัดมากในที่ร่ม แต่กลางแจ้งก็สู้จอแบบ GARMIN ไม่ได้นะ (แต่ในที่ร่มจอ OLED ของ Mi Amazfit GTR ก็สวยกว่ามาก)

จุดอ่อนของ Amazfit GTR คือ ไม่ได้ใช้ WearOS ของ Google ทำให้มันลงแอพต่างๆ ภายนอกไม่ได้เลย ไม่อินเตอร์เหมือน WearOS จัดว่าน่าเสียดายอยู่ แต่ถ้าสำรวจจริง ผมเองก็ใช้ Smart Watch แค่เป็น Fitness (นับก้าวเดินและวิ่ง) + Health Traking (วัดหัวใจและการนอนหลับ) และ Notification มันเป็น OS ที่ทาง Mi ทำขึ้นมาเองซึ่งเจ้านี่ก็ทำได้แค่ประมาณนี้แหละ ก็จัดว่าน่าสนใจแล้ว แต่ก่อนจะเคลิ้มไปซื้อ ก็อยากให้เห็นภาพก่อนว่า จุดแข็งและจุดอ่อนมันยอดรับได้หรือไม่

Amazfit GTR : Smart Watch รุ่นหน้าปัดจอสีดิจิตอล ที่ใช้งานได้นานที่สุดถึง 24 วัน 24 - Highlight

จุดเด่น Amazfit GTR

  • ใช้งาน Amazfit GTR ได้โดยไม่ต้องชาร์จถึง 24 วัน (อาจลดกว่านี้เล็กน้อยเมื่อใช้จริง แต่ก็ยังมากกว่ารุ่นอื่นแบบไม่เห็นฝุ่น)
  • หน้าตาดี บอดี้ดีไซน์เป็นนาฬิกาสวย และ Watch Face ที่ออกแบบใช้ในการทำงานได้ ไม่ตลก และมีให้เลือกเยอะ
  • น้ำหนักเบามาก สามารถใส่ Amazfit GTR ติดตัวตลอดได้เป็นอุปกรณ์แบบ tracker ใส่นอนได้เลย น้ำหนักตามวัสดุ Aluminum alloy 36g, Titanium 40g, Stainless steeel 48g
  • จอ AMOLED แจ่มชัดสีสวยมาก ทั้งทัชสกรีน และใช้ปุ่มเพื่อป้องกันเหงื่อหรือน้ำมาปาดโดนจอส่งคำสั่งมั่วระหว่างวิ่งอยู่
  • หน้าจอ Corning Gorilla 3 แบบกันรอยนิ้วมือ ทนกว่านี้ก็คงมีแค่กระจกแบบแซฟไฟร์ ซึ่งจะทำให้นาฬิกาหนักและแพงกว่านี้ด้วย
  • ระบบวัดหัวใจอัลกอริทึมใหม่ BioTrackerTM PPG biological ของ Amazfit GTR ที่วัด Heart Rate ตลอดเวลา 24/7 แม้ว่าจะวัดแล้วไม่แม่นเป๊ะก็ตาม แต่แบต 24 วัน แถมยังวัดตลอดเวลาได้เนี่ยนะ เจ๋งเถอะ
  • Sensor อื้อ ที่โดดเด่นคือ แกนวัด 6 แกน (ส่วนมาก smart watch มีแค่ 3 แกน) และยังวัดไรอีกเยอะ เช่น ความดันอากาศ แสงภายนอก (เอามาปรับแสงหน้าจอ) ฯลฯ
  • มี GPS+GLONASS แม้หลายการทดสอบจะตกถนนบ้าง ไม่แม่นเท่า GARMIN ตัวเป็นหมื่นก็ตาม แต่ก็จัดว่าวาดแผนที่ได้อยู่
  • กันน้ำระดับ 5ATM หมายถึง กันน้ำลึกถึง 50 เมตร ล้างมือ, ฝนตก, ล้างรถ, อาบน้ำ, ว่ายน้ำ แต่ใส่ดำน้ำไม่ได้ เรียกว่าในชีวิตประจำวันก็หายห่วงแม้แต่คนใส่ว่ายน้ำ
  • ราคาถูก: ราคาเปิดตั้งประมาณ 5,199 บาทเท่านั้นเอง (บางร้านมีโปรอีก)

จุดอ่อน Amazfit GTR

Amazfit GTR ยังอ่านฟอนต์ภาษาไทยไม่ได้

  • Notification ยังอ่านภาษาไทยไม่ได้ อันนี้แย่สุดของรุ่นนี้ แต่ถ้าคิดว่าไม่เป็นไรดูบนมือถือเอา หวังว่าอนาคต OS อัพเดทใหม่อาจจะได้ (คาดหวังๆ) แต่หลายรุ่นก็ของ Mi ก็โดนทิ้งเรื่องภาษาไทยแบบไม่เห็นหัวอยู่เหมือนกันนะ
  • Tracking หัวใจพอได้ แต่ไม่แม่นมาก (ห่างประมาณ +/-10)
  • GPS ไม่แม่นมาก ที่จริงแค่ระดับตกเลนถนน คนวิ่งบนลู่ไม่ซีเรียส
  • นาฬิกาไม่ได้เปิดหน้าจอตลอดเวลา: เพื่อการประหยัดแบต ต้องพลิกข้อมือมาดู ระบบถึงจะเปิดหน้าจอให้เราเห็นและใช้นาฬิกา สำหรับสายที่ใส่เพื่อความสวยงามแบบเห็นหน้าจอตลอด Amazfit GTR อาจจะไม่เหมาะ ใส่พวก WearOS อาจเหมาะกว่า แต่ถ้าไม่ซีเรียสเรื่องนี้ สบาย
  • แบตอึดขนาดนี้ เฉพาะรุ่นหน้าใหญ่ 47mm ถ้าเป็นรุ่น 42mm (ไซส์ผู้หญิง) แบตจะหายจนไปเหลือแค่ 12 วันเลยนะ
  • โหมดออกกำลังมีแค่ 12 mode ซึ่งต้องตรวจสอบก่อนว่า กิจกรรมที่เราทำประจำ มันอยู่ในพวกนี้รึเปล่า
  • ต้องใช้แอพใหม่ Amazfit Watch คนย้ายมาจาก Mi Band อาจต้องเปลี่ยน แถมยังใส่เครื่องน้ำหนัก Xiaomi Mi Body Composition Scale ตัวไหนเข้าไปบวกไม่ได้เลย งงใจ ทำไมไม่ทำให้ครบๆ
Amazfit GTR : Smart Watch รุ่นหน้าปัดจอสีดิจิตอล ที่ใช้งานได้นานที่สุดถึง 24 วัน 36 - Highlight
Amazfit GTR : Smart Watch รุ่นหน้าปัดจอสีดิจิตอล ที่ใช้งานได้นานที่สุดถึง 24 วัน 37 - Highlight

สรุป: ถ้าหา Smart Watch ที่หล่อและอึดที่สุด นอกนั้นก็ธรรมดาแค่พอใช้ ตัวนี้น่าจะเป็นนวัตกรรมที่คุณใช้ไปได้อีกหลายปีเลยทีเดียว

SMARTWATCH คู่แข่งความอึด

Amazfit GTR : Smart Watch รุ่นหน้าปัดจอสีดิจิตอล ที่ใช้งานได้นานที่สุดถึง 24 วัน 38 - Highlight
  • Huawei Watch GT – ระยะเวลา 15 วัน
    เป็นคู่แข่งตรงที่สุดของ Amazfit GTR ทั้งดีไซน์สุดสวย หน้าปัด Watch Face ออกแบบได้สวยงามเหมือนนาฬิกาปกติ ระยะเวลา 15 วันนั้นก็นานจนช่วยให้ชีวิตสะดวกได้แล้ว ที่สำคัญและ Amazfit GTR นั้นไม่มีก็คือ “Huawei Watch GT สามารถอ่านภาษาไทยได้จ้า” จะชนะก็ตรงนี้แหละ!!
  • Garmin Vívoactive 3 Element – ระยะเวลา: 8 วันในการใช้ Smart Mode แต่ขึ้นชื่อว่า Garmin การวัดหลายอย่างต้องมาในระดับที่ไม่ให้เสียชื่อแน่นอน
  • Withings Steel HR – ระยะเวลา: 25 วัน
    แต่เป็นนาฬิกาแบบมีเข็มจริง ผสมกับ Smart Function เข้าด้วยกัน สวยและมีหน้าจอบอก Heart Rate และถ้าเป็นเข็มอย่างเดียวรุ่น Withings Move ECGComing อยู่ได้ 12 เดือน (แต่ไม่มีหน้าจอดิจิตอล)
  • PowerWatch – ระยะเวลา: ไม่ต้องชาร์จตลอดกาล
    Gen 2 ใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ (หน้าจอขาวดำ) ปัจจุบันกำลังพัฒนารุ่น Gen 3 ที่ใช้พลังงานจากความร้อนร่างกายมนุษย์มาเป็นพลังงานให้ SMARTPHONE

สรุป Amazfit GTR

ถ้าหากคุณอยากได้นาฬิกา Smartwatch ที่ใส่ได้นานๆ แถมสวยแบบใส่ไปทำงานได้ ใส่ไปฟิตเนสก็ได้ แต่ไม่ซีเรียสเรื่องแผนที่ว่าจะต้องแม่นเป๊ะ ไม่ต้องดูความชันหรือระยะทางจริงจัง ที่สำคัญคือ ถ้ารับได้กับการที่ Notification ยังไม่เป็นภาษาไทย (ณ วันนี้) Amazfit GTR น่าจะเป็น Smartwatch ที่เหมาะกับคุณมากที่สุด #อึด และ #ดูดี น่าจะเป็นคำจำกัดความของรุ่นนี้ได้

ใครมีความคิดเห็นอย่างไร ชอบรุ่นไหนมากกว่ากัน ใส่กันไว้ได้ที่คอมเม้นต์เลย