fbpx
วัฏจักรของน้ำใน "หน้าหนาว" เมฆ หมอก น้ำค้าง หรือ แม่คะนิ้ง เกิดจากอะไร? 13 - น้ำค้าง

วัฏจักรของน้ำใน “หน้าหนาว” เมฆ หมอก น้ำค้าง หรือ แม่คะนิ้ง เกิดจากอะไร?

เข้าสู่ฤดูหนาวแล้ว…

เช้า ๆ เมื่อเยี่ยมหน้าออกไปนอกบ้าน แลเห็นหมอกขาว ๆ บาง ๆ ลอยอ้อยอิ่งอยู่รอบ ๆ ตัว ทั้งพื้นหญ้าเปียกชื้น  มีหยดน้ำค้างเกาะพราว นับเป็นของวัญยามเช้าที่แสนพิเศษของฤดูหนาว

เฉกเช่นเดียวกับก้อนเมฆที่เห็นอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ล้วนเกิดจากไอน้ำที่อยู่ในสภาวะต่าง ๆ

  • ไอน้ำเหล่านี้ หากกลั่นตัวเป็นหยดน้ำ ล่องลอยอยู่กลางอากาศ ให้แหงนหน้าขึ้นมองไปบนท้องฟ้านั่นคือ เมฆ
  • หากล่องลอยชิดใกล้กับผืนดิน และโอบอุ้มอยู่รอบตัวเรานั่นคือ หมอก
  • หากกลั่นตัวเกาะบนผิวดิน ผืนหญ้าให้เห็นเป็นหยดน้ำพราวชัดนั่นคือ น้ำค้าง
fog
ภาพจาก pixabay.com

ทำไมจึงเกิด เมฆ ?

ไอน้ำที่ระเหยจากแหล่งน้ำบนผิวโลก เมื่อล่องลอยอยู่กลางอากาศกระทบกับความเย็นบนท้องฟ้าสูง ไอน้ำบางส่วนจะกลั่นตัวกลายเป็นหยดน้ำ และรวมตัวกันกลายเป็นก้อนเมฆ และจะคงอยู่สภาพเช่นนั้น จนกว่าหยดน้ำที่จับรวมตัวกันมีขนาดใหญ่จนอากาศไม่สามารถพยุงให้ลอยต่อไปได้อีก จึงตกลงมาในรูปของหยาดน้ำฟ้า นั่นคือ ฝน หิมะ หรือกระทั่งลูกเห็บ

watercyclekids-imagemap
ภาพจาก  water.usgs.gov  แสดงวัฏจักรของน้ำ

ทำไมจึงเกิด หมอก ?

หมอกเกิดจากไอน้ำที่กระทบกับความเย็นเหนือพื้นดินในหน้าหนาว แล้วกลั่นตัวเป็นหยดน้ำเล็ก ๆ รวมตัวกันกลายเป็นหมอกขาวบาง ๆ ล่องลอยอยู่เหนือผิวดิน

fog
ภาพจาก  commons.wikimedia.org

แต่ใช่ว่า ถึงฤดูหนาวแล้วเราจะได้เห็นหมอกทุกวี่ทุกวัน ต้องมีปัจจัยอื่นช่วยเกื้อหนุนเช่นกัน  นั้นคือท้องฟ้านั้นต้องแจ่มใสไร้เมฆ และอากาศนิ่งไม่มีลมพัด

fogparticleshighspeed
ภาพจาก  wikipedia.org แสดงให้เห็นหยดน้้ำที่เป็นหมอกในระยะประชิด

ท้องฟ้าที่แจ่มใสไร้เมฆ ช่วยให้พื้นดินที่สะสมความร้อนจากดวงอาทิตย์มาตลอดทั้งวัน เมื่อคายความร้อนออกมา จะไม่โดนเมฆสะท้อนความร้อนย้อนกลับลงมาอีก ทำให้พื้นดินคายความร้อนได้อย่างรวดเร็ว เมื่อพื้นดินเย็นลง อากาศบริเวณเหนือพื้นดินพลอยเย็นลงไปด้วย เมื่อกาศเย็นลงจนถึงจุดน้ำค้าง ไอน้ำในอากาศจึงกลั่นตัวเป็นหยดน้ำ หรือหมอกนั่นเอง ประสมกับอากาศที่นิ่ง ไม่มีลมพัด หมอกก็จะลอยอวลอยู่เช่นนั้น โดยไม่โดนลมพัดกระจายหายไปไหน กลายเป็นกลุ่มหมอกให้เราแลเห็นได้ชัด

fog-1
ภาพจาก pixabay.com

ทำไมจึงเกิด น้ำค้าง ?

ช่วงหน้าหนาว อากาศใกล้พื้นดินที่ลดต่ำถึงจุดน้ำค้าง ทำให้ไอน้ำกลั่นตัวเป็นหยดน้ำเกาะตามพื้นดิน ผิวหญ้า เป็นน้ำค้างให้เราเห็นชัดในยามเช้า

Exif_JPEG_PICTURE

frozen-dew
ภาพจาก pixabay.com

แต่ถ้าอุณหภูมิลดต่ำลงมาก ๆ จนถึงจุดเยือกแข็ง น้ำค้างที่เกาะแวววาวบนพื้นดินจะเปลี่ยนเป็นหยดน้ำแข็ง คำไทยเราเรียกว่าน้ำค้างแข็งขณะภาษาอังกฤษเรียกว่า Frozen Dew

frozen-dew-2
ภาพจาก don.komarechka.com
frozen-dew1
ภาพจาก don.komarechka.com

แต่ใช่ว่าน้ำค้างเท่านั้นที่จับเป็นหยดน้ำแข็งที่จุดเยือกแข็ง หากไอน้ำที่ล่องลอยกลางอากาศ ก็กลายเป็นน้ำแข็งได้ทันทีโดยไม่ต้องกลั่นตัวเป็นหยดน้ำก่อน ทำให้เราเห็นเกล็ดน้ำแข็งวิบวับเกาะบนใบไม้ยอดหญ้าตามยอดดอย หรือภูสูง ๆ ที่อากาศหนาวจัด ปรากฏการณ์นี้ ไม่มีคำภาคกลางใช้เรียกโดยเฉพาะ มีแต่คำภาษาเหนือที่เรียกกันว่า เหมยขาบ และ คำอีสานที่เรียกว่า แม่คะนิ้ง ขณะที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า Hoarfrost

%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%9a2
ภาพจาก matichon.co.th

เห็นมั้ยละว่าแค่น้ำที่ล่องลอยในอากาศ  กระทบกับอากาศที่เปลี่ยนแปลง สามารถแปลงกายเป็นอะไรได้สารพันทั้งเมฆ หมอก น้ำค้าง… กระทั่งกลายเป็นน้ำค้างแข็ง เหมยขาบ หรือแม่คะนิ้ง