We love our King
Image Image Image Image

iUrban | 26 Feb 2017

3,298
Views
23 Dec 2012

อนุวัตร เฉลิมไชย กับคำตอบของการสร้างแบรนด์ Cotto จาก Local สู่ Global

เราเคยนำงานออกแบบของต่างประเทศ และของนักออกแบบไทยมาให้ดูกันอยู่เรื่อยๆ เมื่อพูดถึงงานออกแบบ ทั้งในระดับโลก และในฐานะแบรนด์ไทยที่สร้างชื่อเสียงไปทั่วโลก ถ้าจะไม่พูดถึงแบรนด์อย่าง COTTO ซึ่งเป็น ผู้ผลิตเซรามิกรายใหญ่ที่สุดในโลก ก็คงไม่ได้ เพราะ COTTO เป็นตัวอย่างของการสร้างแบรนด์ ที่เริ่มต้นจากศูนย์ จนก้าวไกล ไปเป็นหนึงในระดับโลก
ความสำเร็จของ คอตโต้ (COTTO) ในระดับโลก ได้รับการตอกย้ำด้วยการที่ ในปีนี้ COTTO เป็นแบรนด์หนึ่งเดียวของไทย ที่ได้รับเชิญให้เข้าร่วมโชว์สุดยอดดีไซน์จากนวัตกรรมล่าสุด Marmo Granito ภายใต้ concept สายน้ำแห่งสรวงสวรรค์ (Fiume del Paradiso) สู่สายตาชาวโลก ในงานMilan Design week 2012 สุดยอดงานออกแบบ และงานดีไซน์ระดับโลก ที่เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี ที่คัดเลือกเฉพาะแบรนด์ที่มีดีไซน์ระดับโลกเท่านั้นให้มาเข้าร่วมแสดงผลงานชิ้นล่าสุด

25551223-231145.jpg

25551223-231315.jpg

คอตโต้ (Cotto) ทำได้อย่างไร

iUrbanขอนำบางส่วนในการบรรยาย ของ คุณอนุวัตร เฉลิมไชย Brand Director ผู้อยู่เบื้องหลังการก้าวไปสู่การเป็นแบรนด์ระดับโลกของ COTTO ใน หัวข้อ “Global Opportunities by Design and Innovation” ในงาน Creativities Unfold Bangkok 2012 เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้ผลิตงานดีไซน์ และนักออกแบบของไทย ได้ใช้เป็นแนวทาง ในการสร้างแบรนด์สู่ระดับโลก

Picture5_resize

Picture2_resize

ทำไมการออกแบบจึงเป็นเรื่องสำคัญ?
“เพราะยุคสมัยมันเปลี่ยนไปแล้ว พฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภคก็เปลี่ยนไปด้วย ในอีกไม่ถึง 10 ปีข้างหน้า เทรนด์ที่ว่ากันว่าจะเป็นกระแสหลัก กระแสใหญ่สุดๆ เลย ก็มีด้วยกัน 4 อย่าง คือ E-Mobility, Green Concept, Innovative Technology และ Healthy Society … จุดสำคัญคือสินค้า และ/หรือ บริการ อย่างหนึ่ง อาจจะจับเอาเทรนด์ทั้งสี่นี้เป็นจุดขายได้เลย”

Cotto ให้ความสำคัญกับการออกแบบผลิตภัณฑ์ การพัฒนาและวิจัยเพื่อให้สอดคล้องกับเทรนในแต่ละยุคสมัย จนเป็นผู้นำเทรนตลอดมา

25551223-230728

เป้าหมาย …Cotto ต้องก้าวสู่แบรนด์ระดับโลก

แม้ว่าอาจจะฟังดูไกล แต่ COTTO ก็ไม่ปล่อยให้สิ่งนี้กลายเป็นแค่ความฝัน นักออกแบบ ของCOTTO ทุกคน มีความทะเยอทยานที่ต้องการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้เป็นมากกว่า “commodity” เราสร้างกระเบื้องให้กลาย เป็น “งานออกแบบ” ที่ไม่ได้มีไว้เพื่อฟังก์ชั่นการใช้งานเพียงอย่างเดียว แต่เป็นความสร้างสรรค์เพื่อตอบสนองความต้องการอีกระดับ และมี “มูลค่า” มหาศาลต่อเศรษฐกิจ นั่นคือ เศรษฐกิจสร้างสรรค์

Picture4_resize

กระเบื้องคอตโต้ มีวิวัฒนาการ และการพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์ มาอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่วันที่เริ่มต้นสายการผลิต เมื่อปี พ.ศ.2522 ไม่ได้เพียงแต่ตอบสนองความต้องการของตลาด แต่ยังเป็นผู้นำตลาด ด้วยการค้นคว้าวิจัย พัฒนา จนกระเบื้องในวันนี้ ก้าวไปไกลจากระเบื้องในยุคเริ่มต้นอย่างมากมาย เข้าใกล้วัสดุในธรรมชาติมากขึ้นทุกที แต่ใช้เวลาในการผลิตแตกต่างจากขบวนการผลิตในธรรมชาติอย่างมากมาย
Picture3_resize

กระเบื้อง COTTO ที่ฮ๊อตมากในยุคปี 80

25551223-230229.jpg

กระเบื้อง Mickey Mouse ที่ดีสนีย์ติดต่อ COTTO มาเองว่าสนใจมาร่วมงานกันมั้ย และเป็นผลิตภัณฑ์ Mickey Mouse ที่ได้รับรางวัลจากดีสนีย์ในปีนั้นด้วย

25551223-230221.jpg

Marmo Granito คือ Revolution Stone ลิขสิทธิ์เฉพาะจากคอตโต้ มีลักษณะพื้นผิวและความคงทนคล้ายหินแกรนิต ให้ความรู้สึกเหมือนหินธรรมชาติจริงๆ มีอัตราการดูดซึมน้ำต่ำเพียง 0.1 เปอร์เซ็นต์ จึงมีความแข็งแกร่งกว่าหินธรรมชาติทั่วไป เป็นนวัตกรรมการผลิตลิขสิทธิ์เฉพาะของคอตโต้ ที่ความสวยงามของลวดลายจะอยู่ในเนื้อราวกับกระบวนการสร้างหินที่ใช้เวลาเป็น 100 หรือพันปี แต่คอตโต้ใช้เวลาเพียงวันเดียวถือเป็น Sustainable product เป็นทางเลือกสำหรับผู้หลงใหลความสวยงานของหินแต่รักษ์โลก

25551223-231518.jpg

นอกจากนี้ ยังมีกระเบื้องบางรุ่นที่สามารถใช้ปูได้ทั้งสองด้าน เรียกว่าเป็นนวัตกรรมแบบแปลก ๆ ซึ่งหลายครั้ง ก็ทำเพื่อตอบสนองความต้องการของนักออกแบบเอง

แบรนด์ไทยจะ Go Global ได้ ต้องมีองค์ประกอบดังนี้

– Idea ต้องมาก่อน “มีแค่เงินแต่่ไม่มี Idea ก็ทําไม่ได้ แต่เมื่อมี Idea เงินจะตามมา”
– ดูกระแสโลกด้วยวิธี Trend Decoding ซึ่งมีความสําคัญในการจับ Impulse ของเทรนด์ในโลก ดูว่าแต่ละเทรนด์นั้นมีจริงไหมและ mass ขนาดไหน
– โฟกัสที่ผลิตภัณฑ์ โดยดูว่าบริษัท “เก่ง” ด้านไหน และเติบโตจากตรงนั้น โดยการสร้าง Value เข้าไป และอย่าพยายามเป็นทุกอย่าง
– การสร้าง Brand Promise โดยมีองค์ประกอบ คือ Global Vision, Global Knowledge/Trend, Global Solution, Global Channel, Global Experience, Brand Image ซึ่ง Brand Promise ของ COTTO นั้นคือการก้าวไปสู่ “Pride & Pleasure”
– จำไว้เสมอว่า แบรนด์ไทยไม่จําเป็นต้อง Global Looks สามารถคงความเป็น Thai Design ได้
– มีองค์ประกอบของการนําเสนอผลิตภัณฑ์ เช่น COTTO ในงาน Milan Design Week เลือกที่จะใช้ Aroma, See, Touch, Sound, Costume ทั้งหมดนี้เพื่อดึงดูดคนให้เข้าซุ้มและสนใจ product

สำคัญที่สุด คือการยึดหลักนโยบาย “การพัฒนาอย่างยั่งยืน” (Sustainable Development) ซึ่งเป็นนโยบายหลักของ SCG ซึ่งไม่ได้หมายความเพียงแค่การทำผลิตภัณฑ์เชิงอนุรักษ์ เช่น สุขภัณฑ์ที่ประหยัดน้ำที่สุดในโลกของ COTTO แต่หมายถึง การสร้างแบรนด์ให้ยั่งยืน ไม่แค่หวังเพียงยอดขายระยะสั้น

สิ่งที่ COTTO หวังคือ Value Creation ซึ่งเรียกว่า High Value Added (HVA) ในมุมมองของ SCG โดยมีเป้าหมายที่จะต้องทําธุรกิจ HVA ให้ได้เกิน 50% HVA นี้เป็นเทรนด์ปัจจุบัน ที่จะทําให้ไทยไม่ใช่ประเทศที่ผลิตสินค้าราคาถูกต่อไป และเป็นสินค้าระดับที่ก้าวจาก local เป็น global

25551223-231542.jpg

สุดท้าย แม้ในวันนี้ แบรนด์ Cotto จะก้าวสู่ความเป็น Global Brand อย่างเต็มภาคภูมิ แต่คุณอนุวัตร เฉลิมไชย Brand Director ผู้อยู่เบื้องหลังการก้าวไปสู่การเป็นแบรนด์ระดับโลกของ COTTO  กลับบอกว่า ระยะเวลาที่ใช้ยังต้องอีกยาวไกล..การพัฒนาผลิตภัณฑ์ ยังต้องมีอย่างต่อเนื่อง ไม่สามารถหยุดนิ่งได้  และเขาทิ้งท้ายประโยคสั้นๆสำหรับนักออกแบบ และผู้ผลิตไทย ว่า..” สิ่งสำคัญของการก้าวไปสู่การเป็นแบรนด์ระดับโลก ก็คือจะต้องมีจุดเริ่มต้น และไม่ยอมแพ้ง่ายๆ…”

ขอขอบคุณข้อมูล และภาพจาก

Ning iUrban
  • To live a creative life, we must lost our fear of being wrong. Email: [email protected]
Tags:
 
Facebook Debug | iCraft
+
-