7 เทคนิคโฆษณาออนไลน์แบบเน้นคุณค่าด้วย content และแนวทางประชาสัมพันธ์ในปี 2017

โฆษณาออนไลน์ไม่ได้เป็นสิ่งใหม่อีกต่อไป หลายคนอาจรู้จักการโฆษณาทาง Facebook และ Google Search กันมาบ้างแล้ว แต่อีกช่องทางหนึ่ง คือการทำโฆษณาออนไลน์แบบเน้นคุณค่าที่เราจะพูดถึงในวันนี้คือการโฆษณาด้วย content ที่จะช่วยให้นักโฆษณา และคนที่ทำงานด้านการประชาสัมพันธ์สามารถนำไปใช้ได้

พอเป็นเรื่องของโฆษณาออนไลน์ด้าน content ก็หลีกไม่พ้นเรื่องของการรีวิว ซึ่งการรีวิวด้วยคนภายนอกก็จะมีความน่าเชื่อถือกว่าแบรนด์โฆษณาเอง ปัจจุบันมี blogger และแมกกาซีนออนไลน์ที่รับการรีวิวอยู่มากมาย จะวางแผนการลงสื่ออย่างไร เรามีเทคนิคสังเกตมาแนะนำ

1. ข้อแตกต่างของ blogger กับ magazine

ไม่ใช่แค่ขนาดทีมงานที่แตกต่างกัน blogger นักเขียนคนเดียวย่อมติดความเป็นตัวตนของนักเขียนท่านนั้นไปด้วย การจะเลือกทำรีวิวหรือโฆษณากับ blogger คนไหน ต้องพิจารณาถึงนิสัย เรื่องราวในอดีต ภาพลักษณ์ ไม่ต่างจากการเลือกพรีเซนเตอร์ เพราะถ้าเลือกได้ตรงและดี ย่อมช่วยส่งให้การโฆษณามีประสิทธิภาพมากเป็นพิเศษ ตรงกันข้าม ถ้าเลือก blogger โดยไม่ดูว่าก่อนหน้านั้นทำเรื่องไม่ดีเอาไว้ กลับดันโดนชาวเน็ตเหมารวมไปด้วยว่าแบรนด์เลือกคนนี้มา กลายเป็นเสียหายต่อแบรนด์ได้

ในที่นี้เราเรียกเหมารวมทั้ง website และ social media ที่มีทีมงานหลายคน ชื่อทีมสำคัญกว่าตัวบุคคล รวมว่า online magazine การทำรีวิวกับ magazine มักจะเรียกกันว่า advertorial ในส่วนของ magazine สิ่งที่ให้ความแตกต่างกันในแต่ละเจ้าคือ กลุ่มเป้าหมาย และสไตล์ เป็นสำคัญ

ส่วนใหญ่ magazine นั้นมี traffic มากกว่า blogger แต่จะดูจำนวนคนดูรายเดือนเพื่อเปรียบเทียบไม่ได้ เพราะ magazine ทีมงานเยอะกว่ามีเนื้อหาสะสมเยอะ ยอดจึงเยอะกว่า ให้ดูที่ผลงาน review/advertorial ที่เป็นโฆษณาตัวที่ผ่านมา ว่ายอดผู้ชม และยอด engagement (like/share/comment) ที่รายเนื้อหา แบบนี้จะพอเปรียบเทียบได้เมื่อต้องจับ blogger และ magazine มาเลือกรวมกัน

2. Social Media ดังไวดับไว / Web เน้นคุณค่า

ในหัวข้อที่เราจั่วถึงการโฆษณาออนไลน์แบบเน้นคุณค่า เครื่องมือโฆษณาออนไลน์ที่จำเป็นนั่นคือเว็บไซต์ แม้ว่าปัจจุบันคนจะเข้าถึง Facebook บนแอพมือถือมากกว่าเข้าหน้าเว็บไซต์ก็จริง เว็บไซต์เองยังต้องเอาเนื้อหาไปแชร์ แต่ไม่ได้แปลว่า Social Media จะดีที่สุด

Social media ดีสำหรับการสร้างกระแสและเข้าถึง ดีกับลูกค้าที่ยังไม่มี demand ยังไม่รู้ว่าต้องการอะไร แต่อายุของแต่ละเรื่องบน social media นั้นสั้น เรื่องดังเพียงสัปดาห์เดียวก็เปลี่ยนความสนใจแล้ว บางที 2-3 วันก็ไปแล้ว บางเรื่องวูปเดียวเท่านั้นเอง แม้จะยังอยู่บน Facebook Page ก็ตาม แต่การจะ scroll ย้อนไปดูข้อมูลเก่าไม่ใช่เรื่องง่าย แถมยังไม่ค่อยมีคนทำเพื่อหาโฆษณาของคุณอีกด้วย ตรงกันข้ามกับเว็บไซต์

เว็บไซต์เมื่อมีการรีวิวหรือทำ advertorial ออกมาเป็นคอนเทนท์แล้ว ส่วนใหญ่จะอยู่ไปอีกนาน เว็บไซต์ส่วนใหญ่ก็ออกแบบไว้ให้เข้าถึงข้อมูลย้อนหลังได้ง่าย แล้วยิ่งถ้าเว็บนั้นติด Google ได้อันดับดีอีกละก็ การลงทุนในโฆษณาออนไลน์ยิ่งเพิ่มคุณค่าให้แบรนด์และธุรกิจได้อีกไม่รู้จบ คุณอาจลองเช็คด้วยว่าคอนเทนท์ที่ลงสามารถอยู่บนเว็บได้นานกี่ปี

3. ติด Google ดี มีแต่ได้

ลูกค้าที่มี demand แล้วพร้อมซื้อ ปัจจุบันย่อมเสิร์ชหาข้อมูลออนไลน์บน Google ก่อน ดังนั้นผลอันดับ คือ สิ่งที่ทำให้แต่ละแบรนด์มียอดขายต่างกัน ถ้าหากไม่ได้อันดับ 1 ขอให้อยู่บนหน้า 1 ก็ยังดี เพราะหน้า 2 นั้นมีเปอร์เซ็นต์ดูน้อยเหลือเกิน

ดังนั้นเมื่อคุณต้องเลือกลงโฆษณาออนไลน์กับเว็บต่างๆ ให้คำนึงถึงประสิทธิภาพของการติด Google ของเว็บไซต์นั้นๆ จะทำให้เงินลงทุนค่าโฆษณาของคุณ ออกดอกออกผลในระยะยาว เมื่อคุณต้องการทดลองค้นหาดูอันดับ คุณสามารถทดสอบเองด้วยการเปิด Incognito Mode บน Chrome หรือ Private Windows บน Safari จะทำให้คุณได้อันดับการค้นหาที่แท้จริง ถ้าหากใช้โหมดปกติ Google จะส่งผลจากเว็บที่คุณเข้าบ่อยมาเป็นอันดับต้นแทน

หากลงโฆษณาออนไลน์ในเว็บที่มีคะแนน Google ดี ผลตอบแทนอาจแทนได้กับการที่คุณซื้อโฆษณาลง Adwords ทั้งปี ซึ่งราคาแพงกว่าโฆษณาบน Facebook เสียอีก แล้วคุณจะยิ่งตกใจอีกว่า บางเว็บนั้นติดอันดับ 1 มาหลายปีแล้ว จากการลงโฆษณา advertorial เพียงครั้งเดียว แบบนี้เหมือนไปเลือกซื้อหุ้นถูกตัวแล้วได้ปันผลสูงต่อเนื่องมากกว่ามูลค่าทุกเดือน

4. Pantip is not enough

จริงอยู่ว่า pantip ก็ให้ข้อมูลได้เยอะ แต่ปัจจุบันคอมเม้นต์แต่ละคนเถียงกันไปคนละทาง อ่านแล้วสนุก แต่พอจะสรุปความจริงๆ ก็ยังไม่แน่ใจว่าคนไหนมีความรู้จริงกันแน่ แม้หลาย keyword เว็บ pantip จะติด Google ดี แต่ก็ไม่ได้แปลว่าจะเป็นที่หนึ่งเสมอไป เว็บที่คะแนน Google ดีๆ นั้นก็สามารถให้อันดับที่ดีกว่าได้เช่นกัน