fbpx
โจ๊ก-โซคูล พิธีกรรายการทีวีออนไลน์ “รอลูกเลิกเรียน” ขอให้พ่อแม่ลดศักดิ์ศรีลง ยอมรับฟังลูกให้มากขึ้น 13 -

โจ๊ก-โซคูล พิธีกรรายการทีวีออนไลน์ “รอลูกเลิกเรียน” ขอให้พ่อแม่ลดศักดิ์ศรีลง ยอมรับฟังลูกให้มากขึ้น

กำลังฮอตฮิตในโลกโซเชียลมีเดีย สำหรับรายการทีวีออนไลน์ “รอลูกเลิกเรียน” หรือโครงการพัฒนาศักย ภาพการสื่อสารผ่าน Platform Online ของผู้ปกครองในครอบครัวที่มีลูกหลานวัยรุ่น เพื่อแก้ไขปัญหาช่องว่างเรื่องสัมพันธภาพและการสื่อสารในครอบครัว ซึ่งทางสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้ร่วมกับ Toolmorrow ผู้เชี่ยวชาญด้านการทำสื่อออนไลน์เพื่อเปลี่ยนแปลงทัศนคติของสังคม และภาคีเครือข่าย ได้จัดทำขึ้น

รายการ “รอลูกเลิกเรียน” แบ่งการออกอากาศเป็น 10 ตอน โดยนำครอบครัวจริงมาถ่ายทำกึ่งเรียลลิตี้เป็นครั้งแรกในประเทศไทย รายการได้ถ่ายทอดทั้งปัญหาก่อนการแก้ไขและหลังจากที่ครอบครัวได้รับการแก้ไขแล้วโดยมีการพูดคุยและคำแนะนำจากจิตแพทย์ โดยมีพิธีกรของรายการคือ โจ๊ก-โซคูล ศิลปินนักร้องชื่อดัง และคุณพ่อลูกสอง มาสร้างสีสันความสนุกสนานให้กับทางรายการ

กรภพ จันทร์เจริญ (โจ๊ก-โซคูล) ศิลปินนักร้องชื่อดัง และคุณพ่อลูกสอง ได้กล่าวถึงการเป็นพิธีกรรายการเรียลลิตี้ของครอบครัวจริงและความประทับใจว่า “รายการทีวีออนไลน์รอลูกเลิกเรียน เป็นรายการที่ท้าทายในบทบาทการเป็นพิธีกรของผมมาก เพราะเป็นรายการเรียลลิตี้ที่ได้เห็นทั้งน้ำตาและความรักลูกของพ่อแม่ ได้รับทั้งความรู้และประสบการณ์ที่ได้ผลจริง โดยคุณหมอผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ทำให้ผมรู้สึกประทับใจในทุกตอนของการถ่ายทำ โดยเฉพาะในวิธีการแก้ไขปัญหาในแบบที่ง่ายอย่างคาดไม่ถึง จนสามารถนำไปปรับใช้กับที่บ้านได้ โดยตอนที่ประทับใจผมมากที่สุดก็คือตอนที่ 1 : ลูกไม่มั่นใจในตัวเอง เพราะในหลายๆ ครอบครัวลูกน่าจะมีปัญหาเรื่องนี้ และมักจะใช้วิธีการแก้ไขปัญหาที่ผิดๆ โดยพ่อแม่ส่วนใหญ่จะคิดว่าเป็นเรื่องนี้เป็นเล็กน้อย เรื่องไม่เป็นเรื่อง ลูกทำตัวน่าโมโห หรือคิดว่าลูกนิสัยเสียเอาแต่ใจ บางครอบครัวจะกลายเป็นที่มาของการดุด่าซ้ำ ซึ่งในตอนนี้คุณหมอได้แนะวิธีแก้ปัญหาในแบบง่ายๆ คือให้คุณพ่อคุณแม่สื่อสารกับลูกถึงความรัก ความห่วงใยลูก ซึ่งครอบครัวไทยจะไม่ค่อยแสดงออก ผลลัพธ์ที่ออกมานั้นยิ่งใหญ่เกินความคาดหมายมาก เพราะลูกต้องการให้พ่อแม่พูดจาดีๆ ชมเชยลูกบ้าง”

นักร้องชื่อดังได้กล่าวถึงเทคนิคการสื่อสารที่ได้รับจากจิตแพทย์ในรายการว่า “ความจริงรายการฯ นี้เป็นการปรับทัศนคติกันภายในครอบครัว โดยเฉพาะการที่คุณหมอบอกให้คุณพ่อคุณแม่พูดถึงความดีของลูก หรือใช้คำพูดที่ดีหรือไพเราะกับลูกบ้าง จนทำให้ลูกเกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น ซึ่งสิ่งที่คุณหมอได้บอกออกมานั้นก็คือเทคนิคในแก้ไขปัญหาช่องว่างของสัมพันธภาพและการสื่อสารในครอบครัว เช่น I Message เน้นการสื่อสารอย่างสร้างสรรค์ ใช้คำว่า เรา เพื่อจะไม่ทำให้ลูกรู้สึกว่าโดนตำหนิ, การให้คำชมให้ลูกรู้สึกมี
คุณค่าและภูมิใจ, เรื่องเหล่านี้ครอบครัวของคนไทยมักจะไม่ค่อยทำกัน สำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือ การสะท้อนความรู้สึกว่าพ่อแม่รู้สึกกับลูกอย่างไร เพื่อสร้างความไว้วางใจให้กับลูก ซึ่งจะทำให้เขาจะเล่าเรื่องทุกอย่างที่เข้ามาในชีวิตโดยไม่ปิดบัง

กับคำถามว่ามีการสื่อสารกับลูกๆ อย่างไรบ้าง โจ๊กตอบว่า “สำหรับตัวผมเองแล้วตอนนี้ก็มีลูกที่กำลังเติบโต ผมตัดสินใจที่จะเป็นคนเลี้ยงดูลูกด้วยตนเอง ทำให้เขาเติบโตได้อย่างดีมีคุณภาพ ลูกจะได้พบหน้าผมแทบทุกวัน ผมไม่ได้ใช้พี่เลี้ยงดูแลลูกตลอดเวลา จะใช้บ้างช่วยผ่อนแรง เช่น เมื่อตอนขับรถ เป็นต้น แต่ในครอบครัวไทยทั่วไปอาจจะไม่มีโอกาสทำแบบนี้ ซึ่งไม่ได้ถือว่าผิดแต่อย่างใด ทั้งนี้เพราะแต่ครอบครัวก็มีสิ่งที่จำเป็น ต้องประกอบอาชีพเพื่อหารายได้ ซึ่งตัวผมถือว่าโชคดีที่ตัดสินใจถูก เพราะในช่วงเวลาที่กำลังสร้างฐานะ ผมตัดสินใจเลือกรับงาน ไม่ได้คิดแต่หารายได้เข้ากระเป๋าเพียงอย่างเดียว ลูกจึงเกิดมาท่ามกลางครอบครัวที่อบอุ่น เมื่อไปโรงเรียนจึงมีพลังในการเรียนรู้ ไม่เกิดปัญหาตามมาภายหลัง แต่ใช่ว่าทุกครอบครัวจะเป็นแบบผม ดังนั้นรายการรอลูกเลิกเรียนจึงเหมาะสมอย่างมากที่จะแนะนำให้ทุกครอบครัวเข้ามาชมดูกัน เพราะปัญหาที่พบส่วนใหญ่มักจะมาจากครอบครัวแล้วส่งต่อมายังลูก”

ตัวผมเองมองว่าครอบครัวไทยจะต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วนก็คือ “การลดช่องว่างระหว่างกัน พ่อแม่ต้องลดศักดิ์ศรี ลง ฟังลูกมากขึ้น ใกล้ชิดกับลูกให้มากขึ้น หลายครอบครัวยังใช้การแก้ไขที่ผิดวิธี เรื่องเล็กจึงกลายเป็นเรื่องใหญ่ จนบานปลายเกิดผลลัพธ์ที่ยากจะแก้ไขได้ครับ” โจ๊ก-โซคูล กล่าวทิ้งท้าย

สำหรับรายการ “รอลูกเลิกเรียน” ตอนล่าสุดคือตอนที่ 4 : ลูกต่อต้านพ่อแม่ เป็นเรื่องคุณแม่กับลูกสาวอายุ 17 ที่รักสวยรักงาม แอบไปเจาะหู คุณแม่มีความรู้สึกเป็นห่วงลูก แต่ลูกรำคาญแม่และมักจะเดินหนีไม่อยากคุยด้วย ซึ่งเป็นอาการแบบ ‘ดื้อเงียบ’ คุณแม่ต้องการทำความเข้าใจกับลูกจึงได้เข้าร่วมโครงการฯ พร้อมขอคำแนะนำจากคุณหมอผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งในเบื้องต้นคุณหมอได้ทำความเข้าใจ พร้อมบอกว่าผู้ปกครองส่วนมากจะพูดบ่นถึงเรื่องต่างๆ ทั้งที่สาระที่จะพูดด้วยนั้นมีนิดเดียว คุณแม่จะต้องปรับพฤติกรรมการสื่อสารใหม่ และจะสามารถแก้ไขปัญหาได้หรือไม่นั้น ต้องมาติดตามชมกันได้ที่ Facebook : Toolmorrow และในเว็บไซต์ของ www.afterschoolonline.tv และเมื่อชมรายการจบแล้วผู้ปกครองที่สนใจจะสามารถเข้าร่วมโครงการฯ พัฒนาความสัมพันธ์ที่ดีของครอบครัวได้ โดยการเข้าไปทำแบบทดสอบออนไลน์กันได้ที่ quiz.afterschoolonline.tv เพื่อเช็คว่าตนเองมีทักษะการสื่อสารกับลูกวัยรุ่นในระดับไหน และอาจได้รับการคัดเลือกเพื่อเข้าร่วมโครงการเรียนรู้ทักษะการสื่อสารกับลูกวัยรุ่นออนไลน์อย่างเข้มข้นได้อีกด้วย