fbpx
ตอบรับความต้องการใช้ไฟเพิ่ม กัลฟ์เปิดตัวตลาดพลังงานไฟฟ้าจากชีวมวลในภาคใต้ 13 -

ตอบรับความต้องการใช้ไฟเพิ่ม กัลฟ์เปิดตัวตลาดพลังงานไฟฟ้าจากชีวมวลในภาคใต้

หากจะกล่าวกันให้ลึกซึ้งในเรื่องของพลังงานแล้วพลังงานที่มีความจำเป็นที่สุดของมนุษยชาติก็ต้องยกให้กับ พลังงานไฟฟ้า ที่ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ใด ๆ ล้วนต้องพึ่งพาด้วยกันทั้งสิ้น ความต้องการใช้นี้แปรผันไปตามความก้าวหน้าของเทคโนโลยี ที่ยิ่งก้าวหน้าเพียงใดก็ต้องการใช้ไฟฟ้ามากขึ้นตามไปด้วย ตามที่คาดการณ์แล้วนั้นจะมีความต้องการใช้พลังงานเพิ่มสูงขึ้นเป็นเท่าตัวในอีกราว 20 ปีข้างหน้า ทางด้านผู้ผลิตเองก็ต้องมีการเตรียมการในด้านการผลิตหรือเพิ่ม โรงไฟฟ้าแสงอาทิตย์ ให้เพียงพอรับความต้องการไว้ด้วย

กัลฟ์ฯ ผู้นำทางด้านพลังงานรายใหญ่ของประเทศเองก็เตรียมการไว้พร้อมแล้วควบคู่ไปกับการรองรับความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้น โดยตลาดของ พลังงานไฟฟ้า ที่วางไว้ในอนาคตมีแนวโน้มที่จะหันไปใช้บริการทางด้านพลังงานทดแทนกันมากขึ้น พลังงาน ชีว มวล ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งซึ่งน่าสนใจในการลงทุนเพราะในเรื่องความคุ้มค่าของวัตถุดิบแล้วกินขาดแน่นอน ผลิตผลทางการเกษตร หรือแม้แต่วัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรล้วนแล้วแต่สามารถนำมาเป็นวัตถุดิบได้ทั้งสิ้น ไม่เกิดมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อมให้พลังงานที่สูงเพียงพอ สามารถคืนทุนได้อย่างรวดเร็ว สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้กำลังสูง 3,000 – 5,600 เมกะวัตต์เลยทีเดียวในช่วงระยะเวลาตั้งแต่ 2558 ไปจนถึง 2582 ปัจจัยด้านความคุ้มค่านี้ดึงดูดให้กัลฟ์ฯ วางแผนก่อตั้ง โรงไฟฟ้า ขึ้นอีกหลายแหล่งทั้งในและต่างประเทศ อย่างล่าสุดก็มีการลงนามข้อตกลงด้านเงินกู้ลงทุนกว่า 1,100 ล้านบาทจากทาง ADB(ธนาคารพัฒนาเอเชีย) โดยผู้อำนวยการสำนักการปฏิบัติการภาคเอกชน นายไมเคิล แบโรล ที่บรรลุข้อตกลงกับบริษัท กัลฟ์ จะนะฯ สำหรับการลงทุนด้านพลังงานในเขตชายแดนภาคใต้ ระยะเวลาในการกู้เงินนานถึง 18 ปี การลงทุนครั้งนี้นอกจากจะเป็นการเพิ่มสัดส่วนของพลังงานทดแทนให้สูงขึ้นแล้วยังมีส่วนช่วยในด้านเศรษฐกิจของภาคใต้ให้มีระดับสูงขึ้นอีกด้วย ซึ่งพลังงานชีวมวลนี้เป็นแหล่งพลังงานทดแทนสำคัญรองจากพลังงานแสงอาทิตย์ แม้จะเป็นรองในเรื่องของประสิทธิภาพแต่ความโดดเด่นของพลังงานชีวมวลก็คือปริมาณที่ยังมีอยู่อย่างเหลือเฟือ ทำให้ต้นทุนในการผลิตต่ำลงมาก ในระยะยาวจึงมีความคุ้มค่าน่าลงทุนอยู่ ด้วยขนาดกำลังการผลิต 25 เมกะวัตต์ทำให้โรงไฟฟ้า จะนะ ที่วางแผนก่อตั้งไว้น่าจะคืนทุนได้ในเวลาอันรวดเร็ว

จากการลงทุนในภาคใต้ ทำให้บริษัทได้รับการสนับสนุนตามมาตราการส่งเสริมการลงทุนภาคใต้จำนวน 1 บาท/กิโลวัตต์-ชั่วโมง และได้รับสนับสนุนตามมาตราการส่งเสริมการใช้พลังงานชีวมวลจำนวน 0.3 บบาท/กิโลวัตต์-ชั่วโมง เป็นระยะเวลาในการสนับสนุนนานถึง 7 ปี ซึ่งระยะเวลาเท่านี้คงช่วยให้ โรงไฟฟ้า สามารถที่สร้างความมั่นคง ทั้งในเรื่องของเศรษฐกิจและด้านความสมดุลของการผลิตได้เป็นอย่างดี