• กำไรก่อน ดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อม และค่าตัดจำหน่าย จากการดำเนินงานตามปกติ (EBITDA pre exceptionals) ของทั้งปี 2018 คาดว่าจะเพิ่มขึ้นสูงจากเดิมที่คาดไว้ 5 % เป็น 10 % เมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อนหน้า
  • ยอดขายของทั้งกลุ่มในไตรมาสที่ 2 เพิ่มขึ้น 8% เป็น 1.8 พันล้านยูโร
  • กำไรก่อน ดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อม และค่าตัดจำหน่าย จากการดำเนินงานตามปกติ (EBITDA pre exceptionals) เพิ่มขึ้น 6% เป็น 290 ล้านยูโร
  • สัดส่วนของกำไรก่อน ดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อม และค่าตัดจำหน่าย ต่อรายได้รวมจากการดำเนินงานตามปกติ (EBITDA margin pre exceptionals) อยู่ที่ 9%
  • เป็นการรายงานผลการดำเนินงานครั้งแรกที่ไม่รวม ARLANXEO
  • กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นสูงถึง 126 ล้านยูโร

กรุงเทพมหานคร : เนื่องจากผลการดำเนินงานในไตรมาสที่ 2 ออกมาดีมาก แลนเซสส์ (LANXESS) ผู้นำในอุตสาหกรรมสารเคมีชนิดพิเศษจึงทำการปรับการคาดการณ์รายได้ของทั้งปี 2018 ใหม่ให้เฉพาะเจาะจงมากยิ่งขึ้น โดยทั้งกลุ่มคาดการณ์ว่าผลประกอบการณ์ทั้งปี 2018 จะเพิ่มขึ้นสูงจนชนเพดานที่เคยคาดการณ์ไว้ระหว่างช่วง 5-10% ในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เมื่อเปรียบเทียบกับ กำไรก่อน ดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อม และค่าตัดจำหน่าย จากการดำเนินงานตามปกติ (EBITDA pre exceptionals) ของปีที่แล้วที่ทำได้ 925 ล้านยูโร โดยในปีนี้จะไม่นำรายได้ของ ARLANXEO ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนของแลนเซสส์และ Saudi Aramco เข้ามารวมในการคาดการณ์ และไม่รวมในรายงานผลการดำเนินงานของแลนเซสส์อีกต่อไป

ในไตรมาสที่ 2 ยอดขายรวมของแลนเซสส์ทั้งกลุ่มเพิ่มขึ้น 6.8% เป็น 1.83 พันล้านยูโรเทียบกับปีก่อนที่ทำได้ 1.71 พันล้านยูโร กำไรก่อน ดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อม และค่าตัดจำหน่าย จากการดำเนินงานตามปกติ (EBITDA pre exceptionals) ดีขึ้นถึง 3.6% เป็น 290 ล้านยูโรจากปีที่แล้วทำได้ 280 ล้านยูโร ผลการดำเนินงานที่ดีค่อนข้างมากนี้มาจากปัจจัย 3 ประการคือ ปัจจัยแรกคือยอดขายที่เพิ่มขึ้นมาจากหน่วยธุรกิจ Chemtura เดิม ซึ่งตอนนี้อยู่ในกลุ่มธุรกิจ Specialty Additives ซึ่งเป็นไตรมาสที่มีหน่วยธุรกิจนี้มีผลประกอบการดีที่สุดตั้งแต่ควบรวมธุรกิจของ Chemtura เข้ามา ปัจจัยที่สองคือการปรับราคาขึ้นเนื่องจากวัตถุดิบมีราคาสูงขึ้นและปัจจัยที่สามคือการควบรวม Chemtura ได้อย่างกลมกลืนเป็นเอกภาพกับแลนเซสส์ส่งผลทางบวกต่อรายได้ ในไตรมาสที่ 2 นี้จึงมีสัดส่วนของกำไรก่อน ดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อม และค่าตัดจำหน่าย ต่อรายได้รวมจากการดำเนินงานตามปกติ  (EBITDA margin pre exceptionals) ยังคงสูงถึง 15.9% แม้จะได้รับผลกระทบจากการผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินตราต่างประเทศ (adverse currency effects) เมื่อเปรียบเทียบกับปีที่แล้ว ที่ทำได้ถึง 16.4%

“แลนเซสส์มีผลการดำเนินงานที่ดีมาก ๆ และกลยุทธ์ที่เราตัดสินใจเลือกใช้ในไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้สร้างผลดีกลับมาให้เรา อย่างเช่นการควบรวมกิจการของ Chemtura ที่ทำมาเกือบจะครบปีแล้ว กำลังให้ผลลัพธ์เชิงบวกต่อผลการดำเนินงานของกลุ่มธุรกิจ Specialty Additives ของเราอย่างชัดเจนในไตรมาสที่ 2” กล่าวโดย คุณ Matthias Zachert ประธานกรรมการคณะบริหารของแลนเซสส์ “เราจึงกล้าที่จะคาดการณ์ผลการดำเนินงานและกำไรของทั้งปีให้เฉพาะเจาะจงมากขึ้นว่าจะทำได้ค่อนข้างอยู่ในระดับสูงสุดของที่เคยประกาศไว้ – แม้จะได้รับผลกระทบจากการอ่อนค่าของเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐ ฯ และความไม่แน่นอนทางการเมืองระหว่างภูมิภาค (geopolitical uncertainties) บางประการ” ในไตรมาสที่ 2 นี้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนถึง 126 ล้านยูโร จากเพียง 3 ล้านยูโรในไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้วซึ่งมีค่าใช้จ่ายพิเศษที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว (substantial exceptional charges) ทำให้กำไรสุทธิลดลงมาก โดย 97 ล้านยูโรมาจากหน่วยธุรกิจทั้งสี่ของแลนเซสส์ และอีก 29 ล้านยูโรมาจากหน่วยธุรกิจ ARLANXEO ที่จะไม่ได้นำเข้ามารวมในรายงานทางเงินอีกต่อไป แลนเซสส์ยังได้มีการตั้งหน่วยงานใหม่ในระดับภูมิภาคขึ้น เพื่อสร้างโอกาสให้เกิดการเติบโตของธุรกิจในอนาคต โดยมีคุณ Ming Cheng Chien ซึ่งดำรงตำแหน่งเป็น CEO ของแลนเซสส์แห่งจีนแผ่นดินใหญ่จะได้รับการแต่งตั้งขึ้นเป็นประธานของหน่วยงานแลนเซสส์ระดับภูมิภาค APAC (Asia-Pacific) นี้โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2561 นี้เป็นต้นไป

พัฒนาการของแต่ละกลุ่มธุรกิจ 

ยอดขายของกลุ่มธุรกิจ Advanced Intermediates มีมูลค่า 546 ล้านยูโรในไตรมาสที่สองของปี 2018 ซึ่งสูงกว่าตัวเลข 505 ล้านยูโรเมื่อปีที่แล้วถึง 8.1% กำไรก่อน ดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อม และค่าตัดจำหน่าย จากการดำเนินงานตามปกติ (EBITDA pre exceptionals) เพิ่มขึ้นในเปอร์เซ็นต์เท่ากับปีที่แล้วคิดเป็น 97 ล้านยูโร การเพิ่มราคาขึ้นของวัตถุดิบและพลังงานได้ถูกส่งต่อไปให้ลูกค้าโดยมีการปรับราคาขายเพิ่มขึ้น หน่วยธุรกิจย่อย organometallics ที่ควบรวมมาจาก Chemtura ได้ส่งผลเชิงบวกต่อรายได้และกำไรในตามาสนี้ แม้จะมีผลในเชิงลบจากการผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนมากระทบบ้าง แต่สัดส่วนของกำไรก่อน ดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อม และค่าตัดจำหน่าย ต่อรายได้รวมจากการดำเนินงานตามปกติ (EBITDA margin pre exceptionals) ยังสูงถึง 17.8% ลดลงจาก 19.2% ของปีที่แล้วนิดหน่อย

กลุ่มธุรกิจ Specialty Additives มียอดขายเพิ่มขึ้น 15.2% อยู่ที่ 508 ล้านยูโรเพิ่มขึ้นจาก 441 ล้านยูโรเมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้ว กำไรก่อน ดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อม และค่าตัดจำหน่าย จากการดำเนินงานตามปกติ (EBITDA pre exceptionals) มีมูลค่า 91 ล้านยูโรเพิ่มขึ้น 21.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 75 ล้านยูโร ผลประกอบการที่แข็งแกร่งนี้เป็นผลมาจากการควบรวม Chemtura ในปีที่แล้วได้อย่างกลมกลืนเป็นเอกภาพจึงส่งผลในเชิงบวก  สัดส่วนของกำไรก่อน ดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อม และค่าตัดจำหน่าย ต่อรายได้รวมจากการดำเนินงานตามปกติ (EBITDA margin pre exceptionals) อยู่ที่ 17.9% สูงกว่าที่เคยทำได้ในปีก่อนที่ 17.0%

กลุ่มธุรกิจ Performance Chemicals ยอดขายลดลง 3.0 % อยู่ที่ 356 ล้านยูโรในไตรมาสองของปี 2018 เทียบกับ 367 ล้านยูโรในไตรมาสเดียวกันของปีที่ผ่านมา ยอดขายที่ลดลงเป็นของหน่วยธุรกิจย่อย chlorine dioxide ในหน่วยธุรกิจ Material Protection Products กำไรก่อน ดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อม และค่าตัดจำหน่าย จากการดำเนินงานตามปกติ (EBITDA pre exceptionals) มีมูลค่า 58 ล้านยูโรลดลง 27.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 80 ล้านยูโร  รายได้ที่ค่อนข้างน้อยของหน่วยธุรกิจย่อย chrome ore ในหน่วยธุรกิจ Leather ผนวกกับความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนและราคาของวัตถุดิบที่สูงขึ้น ทำให้สัดส่วนของกำไรก่อน ดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อม และค่าตัดจำหน่าย ต่อรายได้รวมจากการดำเนินงานตามปกติ (EBITDA margin pre exceptionals) ลดลงจาก 21.8% ในไตรมาสเดียวกันปีที่แล้วเป็น 16.3%

ยอดขายในกลุ่มธุรกิจ Engineering Materials เพิ่มขึ้น 10.5% เป็น 399 ล้านยูโรเทียบกับ 361 ล้านยูโรในไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้ว กำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อม และค่าตัดจำหน่าย จากการดำเนินงานตามปกติ (EBITDA pre exceptionals) เพิ่มขึ้น 12.5 % เป็น 81 ล้านยูโรเมื่อเทียบกับ 72 ล้านยูโรของปีที่แล้ว กำไรที่ดีขึ้นนี้เกิดจากยอดขายที่เพิ่มขึ้นของผลิตภัณฑ์ high-performance plastics สำหรับ lightweight construction และยอดขายของหน่วยธุรกิจย่อยยูรีเทน (urethanes business) ที่พึ่งควบรวมมาจาก Chemtura ในปีแล้ว ดังนั้นจึงทำให้สัดส่วนของกำไรก่อน ดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อม และค่าตัดจำหน่าย ต่อรายได้รวมจากการดำเนินงานตามปกติ (EBITDA margin pre exceptionals) จึงสูงขึ้นอยู่ที่ 20.3% สูงกว่าตัวเลขที่ได้ในไตรมาสเดียวกันของปีก่อนที่ได้ 19.9%

ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับแลนเซสส์

แลนเซสส์เป็นบริษัทผู้นำในอุตสาหกรรมสารเคมีชนิดพิเศษ  (specialty chemicals) มียอดรายได้รวมกว่า 9.7 พันล้านยูโรในปี พ.ศ. 2560 และมีพนักงาน 19,200 คนอยู่ใน 25 ประเทศทั่วโลก มีโรงงานทั่วโลกถึง 74 แห่ง

ธุรกิจหลักของแลนเซสส์ คือการพัฒนา การผลิต และการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เคมีที่เกิดขึ้นระหว่างกระบวนการผลิต (chemical intermediates) เคมีภัณฑ์เติมแต่ง (additives chemicals) ผลิตภัณฑ์สารเคมีชนิดพิเศษ (specialty chemicals) และพลาสติก

แลนเซสส์เป็นบริษัทที่อยู่ในดัชนีหลักทรัพย์ที่ประเมินประสิทธิผลการดำเนินธุรกิจตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนของบริษัทชั้นนำระดับโลก ได้แก่ดัชนี Dow Jones Sustainability Index (DJSI World) และ FTSE4Good

ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.lanxess.com

No more articles