fbpx
เมื่อขยะและสิ่งเหลือใช้กลายเป็นของสร้างมูลค่า  ไอเดียกอดโลกของ 2 ดีไซเนอร์ที่หยุดความสิ้นเปลืองของการใช้ทรัพยากร 13 -

เมื่อขยะและสิ่งเหลือใช้กลายเป็นของสร้างมูลค่า ไอเดียกอดโลกของ 2 ดีไซเนอร์ที่หยุดความสิ้นเปลืองของการใช้ทรัพยากร

ในงานประชุมประจำปีระดับนานาชาติ Sustainable Brands 2017 Bangkok (ซัสเทนเนเบิล  แบรนด์ 2017แบงค็อก) หรือSB17 Bangkok (เอสบี ’17 แบงค็อก) ผู้เข้าร่วมประชุมจะได้พบกับบันนี่    เหยียน (Bunny Yan) และฮาเวียร์ โกเยเนเซ่ (Javier Goyeneche) สองคนทำงานในสายแฟชั่น ที่หยิบเอาแนวคิด Upcycling หรือการแปลงสภาพของเศษวัสดุและสิ่งเหลือใช้ให้กลายเป็นวัสดุใหม่ เพื่อสร้างสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ ผลงานของทั้งคู่กำลังเป็นที่พูดถึงกันอย่างกว้างขวางด้วยไอเดียทรงพลัง      ที่นอกจากจะสร้างความแปลกใหม่ที่น่าสนใจให้กับวงการแล้ว ยังเขย่าความคิดให้ทั้งนักออกแบบและคนทั่วไป หันมาเป็นคุณค่าของเศษสิ่งเหลือใช้ และหยิบกลับมาชุบชีวิตใหม่ให้กับของที่ดูเหมือนจะไร้ค่าไปแล้วด้วยซ้ำ

และทั้งคู่คือผู้สร้างแรงบันดาลใจ ที่จะเปิดโลกความคิดให้กว้างขึ้นว่า Redefining the Good Design (รีดีไฟนิ่ง เดอะ กู๊ด ดีไซน์) จะช่วยเปลี่ยนโลกให้ดีขึ้นกว่าเดิมได้อย่างไร

บันนี่ เหยียน นักออกแบบสาวผู้สร้างตลาดขยะออนไลน์ ให้เพื่อนนักออกแบบได้นำไปใช้เป็นวัตถุดิบได้ฟรี

เมื่อขยะและสิ่งเหลือใช้กลายเป็นของสร้างมูลค่า  ไอเดียกอดโลกของ 2 ดีไซเนอร์ที่หยุดความสิ้นเปลืองของการใช้ทรัพยากร 14 -

การทำงานอยู่ในอุตสาหกรรมแฟชั่นและงานดีไซน์ ในด้านการตลาดและการออกแบบมากว่าสิบห้าปี ทำให้บันนี่ เหยียน มองเห็นที่มาและการเกิดขึ้นของสิ่งเหลือใช้ที่มูลค่ากลายเป็นศูนย์และรอการฝังกลบ เธอเริ่มมองหาทางออกว่า ทำอย่างไรของดีๆ ที่กำลังจะกลายเป็นของไร้ประโยชน์นี้ จะได้กลับมามีคุณค่าอีกครั้ง

บันนี่ เหยียนจบการศึกษาจากFashion Institute of Technology ในนิวยอร์ก และทำงานด้านการตลาดและการออกแบบมาโดยตลอด บันนี่ได้มีโอกาสออกแบบให้เสื้อผ้าแบรนด์ดังของต่างประเทศ และทำงานด้านกราฟิกดีไซน์ให้กับสถาบันมีชื่อ แต่แปดปีที่แล้ว เมื่อเธอย้ายมาที่เซี่ยงไฮ้ เธอก็เริ่มสนใจแนวคิดในการเพิ่มมูลค่าให้กับเศษสิ่งเหลือใช้เข้าอย่างจัง

ที่เซี่ยงไฮ้ บันนี่ได้จับงานหลากหลาย ทั้งงานระดับแมสที่สินค้ากระจายออกไปสู่กลุ่มผู้ซื้อขนาดใหญ่ ไปจนถึงแบรนด์ชั้นนำ การได้ทำงานอยู่ในต้นทางของผู้ผลิต ทำให้เธอตระหนักว่าปัญหาขยะในประเทศจีนเป็นเรื่องใหญ่ และกับการได้เห็นว่าเพียงข้อบกพร่องทางการผลิตของสีย้อม หรืออะไรอื่นๆ ที่ทำให้เสื้อผ้าไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน ก็จะทำให้ของเหล่านั้นกลายเป็นขยะที่รอเผาหรือฝังกลบทันที เพราะทางแบรนด์ก็จะไม่ยอมให้มีการผิดพลาดของผลิตภัณฑ์ที่จะทำให้ภาพลักษณ์ของแบรนด์เสียหาย หลุดออกไปในวงจรภายนอกเด็ดขาด

ความไม่ต้องการเห็นของเหล่านั้นสูญประโยชน์ ทำให้โครงการในหัวของเธอจริงจังขึ้น บันนี่รวบรวมชื่อของทุกคนที่ทำงานด้าน Upcycling และ Recycle เพื่อเชื่อมโยงให้พวกเขาได้มาอยู่ในพื้นที่เดียวกัน และสร้างแอปพลิเคชัน Squirrelz   (สเควิรซ์) ใน AppStore เพื่อให้เป็นตลาดขยะออนไลน์ย่อมๆ ให้ทุกคนที่คิดในเรื่องเดียวกัน ได้นำของที่ตัวเองไม่ต้องการมาทิ้งเอาไว้ให้คนอื่นนำไปใช้ต่อ หรือนำเอาของที่คนอื่นมาทิ้งไว้ให้ ไปชุบชีวิตให้เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่

ความคิดของเธอเริ่มต้นในจีน แต่การเปิดตัวของแอปพลิเคชันนี้เกิดขึ้นในนิวยอร์กที่เธอคุ้นเคย เพราะเห็นว่าการทำเรื่องแบบนี้ต้องใช้เวลา หากจะทำได้ผลลัพธ์เร็วขึ้น ก็ต้องเริ่มในกลุ่มที่เธอรู้จักเสียก่อน เมืองแห่งแฟชั่นนี้จึงเป็นเป้าหมายเริ่มต้น และเป็นการง่ายที่จะทำให้คนแฟชั่นในนิวยอร์ก ได้ใช้แอปพลิเคชันนี้ ในการแลกเปลี่ยนวัสดุกันอย่างไม่มีข้อจำกัด ไม่ว่าจะเป็นเส้นด้าย กระดุม กางเกงยีนส์เก่า เศษผ้า อะลูมิเนียม หรือวัสดุอื่นๆ อย่างไม่ต้องไปนอนอยู่ในถังขยะอีกต่อไป

เมื่อขยะและสิ่งเหลือใช้กลายเป็นของสร้างมูลค่า  ไอเดียกอดโลกของ 2 ดีไซเนอร์ที่หยุดความสิ้นเปลืองของการใช้ทรัพยากร 15 -

ข้อดีของการมีแอปพลิเคชันนี้ ทำให้คนทั่วไปได้จัดการกับข้าวของส่วนเกินออกไป และได้เห็นว่าใครที่นำสิ่งที่เรากำจัดออกไปนั้นไปใช้ประโยชน์ต่อ กระทั่งได้เห็นว่าสุดท้ายแล้วขยะของเราจะกลายเป็นอะไรต่อไป ซึ่งการสร้างสรรค์ของนักออกแบบที่ใส่ไอเดียลงไปในงานชิ้นใหม่นั้นล้วนเป็นเรื่องน่าอัศจรรย์

ตอนนี้บันนี่ได้นำแนวคิดเรื่อง Upcycling มาสู่ภาคธุรกิจเสื้อผ้าและเครื่องใช้ของประเทศจีน ด้วยแบรนด์ที่ชื่อ The Squirrelz (เดอะ สเควิรซ์) และได้กลายเป็นแบรนด์แรกในประเทศจีนที่ทำเรื่องการนำวัสดุเหลือใช้มาสร้างมูลค่าใหม่ จนเป็นที่นิยมอย่างมากในโลกออนไลน์ นอกจากนี้เว็บไซต์และอินสตาแกรมของเธอยังช่วยเป็นแรงบันดาลใจให้คนมาสนใจเรื่องแฟชั่นในแนวทางที่สร้างสรรค์และยั่งยืนด้วย

เมื่อขยะและสิ่งเหลือใช้กลายเป็นของสร้างมูลค่า  ไอเดียกอดโลกของ 2 ดีไซเนอร์ที่หยุดความสิ้นเปลืองของการใช้ทรัพยากร 16 -

ECOALF ขยะจากมหาสมุทรสู่แฟชั่นแห่งความยั่งยืน ของ ฮาเวียร์ โกเยเนเซ่

ไม่ใช่ครั้งแรกที่ฮาเวียร์ โกเยเนเซ่ ดีไซเนอร์ชาวสเปนผู้ก่อตั้งแบรนด์อีโคอัลฟ์ (ECOALF) เดินทางมาเยือนเมืองไทยเมื่อปีที่แล้วบนเวที Sustainable Brand 2016 Bangkokเขาได้นำอีโคอัลฟ์ เข้ามาประสานความร่วมมือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และบริษัท ปตท. เคมิคอล จำกัด (มหาชน) เพื่อจัดทำโครงการ “Upcycling the OceansThailand” ขึ้น ด้วยเป้าหมายในการลดขยะจากท้องทะเลและแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม ซึ่งประเทศไทยนั้นมีขยะตกค้างในทะเลสูงเป็นอันดับ 5 ของโลก โดยเขานำขยะจากทะเลไทยมาพัฒนาเป็นสินค้าของอีโคอัลฟ์เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและสร้างการตระหนักรู้ถึงปัญหาขยะในแหล่งน้ำของประเทศไทย

ฮาเวียร์เกิดและเติบโตที่กรุงมาดริด ศึกษาระดับปริญญาตรีสาขาบริหารธุรกิจที่ European School of Business(EBS) ในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ และศึกษาต่อปริญญาโท ด้านกลยุทธ์การตลาดระหว่างประเทศ ที่ The Northwestern University Chicago ประเทศสหรัฐอเมริกา เขาก่อตั้งแบรนด์ Fun & Basic ซึ่งเป็นแบรนด์แฟชั่นผู้เชี่ยวชาญด้านกระเป๋าถือและเครื่องประดับเมื่อปี พ.ศ. 2538 หลังจากนั้นเพียง 10ปี แบรนด์ของเขาก็เติบโตอย่างก้าวกระโดด กับสาขาที่เพิ่มขึ้นเป็น 70 สาขา และร้านค้าปลีกอีก 350แห่ง ความสำเร็จของฮาเวียร์ ทำให้เขาได้รับรางวัลในฐานะผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่ดีที่สุดในกรุงมาดริด เมื่อปี พ.ศ. 2548 ซึ่งเป็นวาระครบ 10ปีนับตั้งแต่ก่อตั้งแบรนด์เช่นกัน

การได้เห็นความสิ้นเปลืองในการใช้ทรัพยากร และความไม่พึงใจในปริมาณขยะที่เกิดขึ้นทุกวันในอุตสาหกรรมแฟชั่น ทำให้เขาตัดสินใจสร้างแบรนด์เสื้อผ้าที่จะสามารถหยุดการใช้ทรัพยากรสิ้นเปลืองแบบนั้นลง โดยลงทุนใน R&D+I (ศูนย์เทคโนโลยีสำหรับการรีไซเคิลขยะและบำบัดน้ำเสีย) และเดินทางไปทั่วโลกเพื่อดูปริมาณขยะ และเก็บข้อมูลมาสร้างแบรนด์ที่มีที่มาจากความคิดที่อยากจะช่วยโลกของเขา

แบรนด์อีโคอัลฟ์ ถือกำเนิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2552 โดย ECOALF เป็นตัวย่อมาจาก Alfredo ซึ่งเป็นชื่อของบุตรชายของฮาเวียร์ และแบรนด์ได้กลายเป็นมาตรฐานระดับโลกสำหรับความยั่งยืนและนวัตกรรมของการรีไซเคิลของเสียและพลาสติก เพื่อเปลี่ยนเป็นผ้าและวัสดุมีคุณภาพด้วยแนวคิดแฟชั่นใหม่ ๆ ที่นำวัสดุที่ไม่ใช้แล้วมาสร้างสรรค์เป็นเครื่องแต่งกาย เพื่อหลีกเลี่ยงการปนเปื้อนและการลดจำนวนขยะลง

ในปี พ.ศ. 2558 ฮาเวียร์ก่อตั้งมูลนิธิ ECOALF ขึ้น เพื่อดำเนินโครงการที่ท้าทายตัวเองอย่างที่สุด ชื่อว่า ‘Upcycling the Oceans’ โครงการนี้พยายามจะกำจัดขยะออกจากทะเลเมดิเตอร์เรเนียนด้วยการทำงานร่วมกันชาวประมงบนชายฝั่ง Levante ที่ไม่เพียงแต่พิสูจน์ว่าเรื่องการทำความสะอาดมหาสมุทรนั้นเป็นไปได้ เพราะขยะส่วนหนึ่งจะกลายเป็นวัสดุที่เปลี่ยนสถานะเป็นเม็ดเกลียวผ้าและผลิตภัณฑ์ต่อไป

แนวคิดของเขาได้รับการสนับสนุนอย่างดีจากคนที่เห็นร่วมจนถึงปีพ.ศ. 2559 อีโคอัลฟ์มีบริษัทพันธมิตรที่แข็งแกร่งกว่าสิบแห่งทั่วโลก อย่าง ไต้หวันเกาหลีโปรตุเกสเม็กซิโกญี่ปุ่น ฯลฯ ซึ่งช่วยให้สามารถพัฒนาเทคโนโลยีได้อย่างต่อเนื่องตลอดจนองค์ประกอบที่จำเป็นทั้งหมดในการผลิตแฟชั่นและอุปกรณ์เสริมด้วยวัสดุรีไซเคิลจนในที่สุดบริษัทของเขากลายเป็นผู้มีอำนาจระดับโลกในการผลิตเครื่อง   แต่งกายรีไซเคิล ที่ครอบคลุมความต้องการส่วนใหญ่ของไลฟ์สไตล์คนทั่วไป เช่นแจ๊กเก็ตชุดว่ายน้ำเสื้อยืดเสื้อฮู้ด และรองเท้า นอกจากนี้เขายังได้ขยายการกระจายผลิตภัณฑ์ของตนอย่างมีกลยุทธ์อีกด้วย

ขณะเดียวกัน มูลนิธิ ECOALF ของฮาเวียร์ ก็ได้รับการสนับสนุนจากหลายภาคส่วน ทั้งจากมูลนิธิต่างๆ หน่วยงานภาครัฐและเอกชน รวมไปถึงท่าเรือตามเมืองติดทะเลหลายแห่ง จนทำให้โครงการนี้ประสบความสำเร็จด้วยดี และความเชื่อของเขาก็ได้รับการพิสูจน์ เพียงแค่เริ่มต้นลงมือทำอย่างตั้งใจ

ทั้งบันนี่ เหยียน และ ฮาเวียร์ โกเยเนเช่ จะมาร่วมจุดประกายความคิดในฐานะผู้บรรยายบนเวที Sustainable Brands 2017 Bangkok หรือ‘SB’17 Bangkok’งานสัมมนาเรื่องความยั่งยืนของโลกธุรกิจระดับสากลกับนิยามความหมายของ ‘Redefining the Good Design’ ซึ่งเป็น 1 ใน 8 มิติของธีมหลัก‘Redefining the Good Life’โดยแบรนด์ที่เป็นต้นแบบของการพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืน ในวันที่ 29-30 พฤศจิกายน นี้ ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

ผู้สนใจเข้าร่วมงานและรับฟังการบรรยาย สามารถจองบัตรร่วมงานผ่านทางเว็บไซต์ www.sustainablebrandsbkk.comในราคาเพียง 24,000 บาทต่อ 1 ท่าน สำหรับการเข้าร่วมประชุมตลอดระยะเวลา 2 วัน โดยผู้ร่วมงานจะได้พบกับสุดยอดผู้นำกว่า 40 คนจากแบรนด์ชั้นนำทั้งในและต่างประเทศกว่า 50 แบรนด์ นับเป็นครั้งแรกที่แบรนด์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นCorporate, SME, SE หรือ Startup จะมาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างแบรนด์เรียนรู้และร่วมมือกันในการขับเคลื่อนสังคม เพื่อเปลี่ยนโลกธุรกิจให้มุ่งสู่ความยั่งยืน และติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/SustainableBrandsBangkok