fbpx
CMO ปลื้มไตรมาส 2 กำไรโต 166% เดินหน้าจ่ายปันผลครึ่งปีแรก จ่ายแล้ว 0.08 บาท คิดเป็นอัตราผลตอบแทน 4.7% ครึ่งปีหลังสดใส ลุยธุรกิจเต็มสูบ สิ้นปีแตะ 1.3 พันล้าน 13 -

CMO ปลื้มไตรมาส 2 กำไรโต 166% เดินหน้าจ่ายปันผลครึ่งปีแรก จ่ายแล้ว 0.08 บาท คิดเป็นอัตราผลตอบแทน 4.7% ครึ่งปีหลังสดใส ลุยธุรกิจเต็มสูบ สิ้นปีแตะ 1.3 พันล้าน

“ซีเอ็มโอ” ประกาศเดินหน้าเป็นบริษัทฯ ที่จ่ายปันผลสม่ำเสมอ ให้ผลตอบแทนสูง หลังโชว์ผลประกอบการไตรมาส 2/2560 กวาดรายได้ 345.78 ล้านบาท ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 15.44 ล้านบาท พลิกกลับมามีกำไร คิดเป็นอัตราที่เพิ่มขึ้นสูงถึง 166.4% เหตุจากบริหารต้นทุนดี และรับรู้รายได้งานโครงการใหญ่  ด้านผู้บริหารพอใจผลงาน พร้อมประกาศจ่ายเงินปันผลต่อเนื่องตอบแทนผู้ถือหุ้น เชื่อมั่นในทิศทางการดำเนินงาน ถึงแม้รายได้จะไม่สูง แต่บริษัทฯ ยังยืนยันจะจ่ายปันผลให้ผู้ถือหุ้นอย่างสม่ำเสมอ โดยปีที่แล้ว 2559 จ่ายปันผลทั้งปี 0.145 บาท/หุ้น คิดเป็นอัตราผลตอบแทนต่อราคาหุ้น 7.6% และในปีนี้ จ่ายปันผลระหว่างกาล 0.08 บาท/หุ้น  คิดเป็นอัตราผลตอบแทนต่อราคาหุ้น 4.7%  แย้มธุรกิจครึ่งปีหลังสดใส ลุ้นประมูลงานใหม่  พร้อมโชว์มีงานรอรับรู้รายได้เพียบ กว่า 500 ล้านบาท มั่นใจรายได้สิ้นปีเข้าเป้า 1.3 พันล้านบาท

นายเสริมคุณ  คุณาวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีเอ็มโอ จำกัด (มหาชน) หรือ CMO ผู้นำธุรกิจสื่อสารการตลาดแบบครบวงจรแห่งอาเซียน ครอบคลุมธุรกิจด้านอีเว้นท์,ด้านเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ และธุรกิจไลฟ์สไตล์ เปิดเผยถึงผลประกอบการไตรมาส 2 ของปี 2560 (เมษายน – มิถุนายน 2560) ว่าบริษัทฯ มีรายได้ 345.78 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 76.80 ล้านบาท เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปี 2559 ที่มีรายได้ 268.99 ล้านบาท และมีขาดทุนสุทธิอยู่ที่ 23.26 ล้านบาท แต่ในไตรมาส 2/2560 บริษัทฯ พลิกกลับมามีกำไร โดยกำไรสุทธิอยู่ที่15.44 ล้านบาท คิดเป็นอัตราที่เพิ่มขึ้น 166.4%

ส่วนผลประกอบการในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2560 (มกราคม – มิถุนายน 2560)  บริษัทสามารถทำรายได้รวมทั้งสิ้น  657.62 ล้านบาท ขณะที่กำไรสุทธิ 23.92 ล้านบาท

“สำหรับผลประกอบการของ CMO ตั้งแต่ปีที่แล้ว ต่อเนื่องมาจนครึ่งปีแรกของปีนี้ จะเห็นว่ามีทิศทางเติบโตที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในไตรมาส 2 ถือว่าเติบโตได้ดี เป็นอัตราที่น่าพอใจ ซึ่งปกติ ในช่วงไตรมาส 2 ของทุกปี จะเป็นช่วงโลว์ซีซั่น ของธุรกิจอีเว้นท์ แต่ในปีนี้ บริษัททำผลงานได้ดี ซึ่งมาจากการที่บริษัทฯ ได้รับงานโครงการใหญ่ๆ หลายโครงการ บวกกับบริษัทฯ เน้นการบริหารจัดการต้นทุน บริหารความเสี่ยง และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในด้านต่างๆ” นายเสริมคุณ กล่าว

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ซีเอ็มโอ กล่าวอีกว่า บริษัทฯ ต้องการให้ผลตอบแทนที่ดีกับผู้ถือหุ้น ถึงแม้ว่ารายได้จะไม่สูงมาก แต่บริษัทฯ มีนโยบายจ่ายปันผลให้กับผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นภารกิจสำคัญที่บริษัทฯ จะต้องตอบแทนผู้ถือหุ้น โดยในงวดผลการดำเนินงานปี 2559 บริษัทฯ ได้จ่ายเงินปันผล ไปแล้ว 0.145 บาท/หุ้น คิดเป็นอัตราผลตอบแทนต่อราคาหุ้น 7.6% ของกำไรสุทธิ  ถ้าเปรียบเทียบกับราคาหุ้นในวันที่ประกาศจ่าย (ณ วันที่ 27 เม.ย. 60 ราคาหุ้น 1.91 บาท) และจากผลประกอบการ ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2560 (มกราคม – มิถุนายน 2560) บริษัทฯ ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 0.08 บาทต่อหุ้น คิดเป็นร้อยละ 68.77 ของกำไรสุทธิ ถ้าเปรียบเทียบกับราคาหุ้นในปัจจุบัน (ณ วันที่ 10 ส.ค. 60 ราคาหุ้น 1.71 บาท) คิดเป็นอัตราผลตอบแทนถึง 4.7%

ทั้งนี้ รายได้ที่เพิ่มขึ้นในไตรมาส 2 มาจากงานทั้งในประเทศ และต่างประเทศ อาทิเช่น งานบูธของ ธนาคารกรุงเทพ ในงาน Money Expo ,การจัดกิจกรรม Road Show ดีลเลอร์ของ Sumsung , งาน OPPO Mobile Thailand ,งานออกแบบและจัดสร้างศูนย์การเรียนรู้โรงไฟฟ้า
ขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช ตลอดจน งานสงกรานต์ “Wonder Water Land” ที่ ยูดี ทาวน์
จ.อุดรธานี รวมถึงกลุ่มงาน Entertainment โดยผลงานที่โดดเด่น อาทิเช่น เป็นซัพพลายด้านระบบภาพแสงและเสียงในการแข่งขันมวยไทยนานาชาติ THAI FIGHT,คอนเสริ์ตในกลุ่มของ บีอีซี เทโร (BEC TERO) ทั้งศิลปินไทย และต่างประเทศ รวมถึงเข้าไปมีส่วนร่วมให้บริการด้านภาพและเสียงในรายการโทรทัศน์ชั้นนำอีกด้วย

สำหรับสถานการณ์ครึ่งหลังของปีนี้ มีแนวโน้มเติบโตดีต่อเนื่อง โดยเฉพาะธุรกิจอีเว้นท์ในประเทศยังตื่นตัว จะเห็นว่ามีบริษัทเอกชนใช้งบการตลาด เพื่อทำแคมเปญต่างๆ หลากหลายรูปแบบ ซึ่งบริษัทฯ ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าให้จัดงานให้อย่างต่อเนื่องครอบคลุมแทบทุกเซ็กเม้นต์ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ,กลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม,กลุ่มธุรกิจยานยนต์,กลุ่มธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคม เป็นต้น โดยขณะนี้บริษัทฯ มีงานในมือ (Backlog) อยู่ที่ ประมาณ 500 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยดำเนินการ และรับรู้เข้ามาเป็นรายได้จนถึงสิ้นไตรมาส 4/2560 ทำให้มั่นใจได้ว่าปีนี้ บริษัทฯ จะดำเนินงานเป็นไปตามเป้าการเติบโตที่ 1,300 ล้านบาท  ซึ่งสัดส่วนลูกค้าเป็นบริษัทเอกชน 80% ส่วนภาครัฐ 20% นอกจากนี้ บริษัทยังมีการเข้าประมูลงานใหม่อย่างต่อเนื่องอีกด้วย