นายดารนัย  อินสว่าง รองผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ เปิดเผยว่า การเคหะแห่งชาติพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยทั่วประเทศกว่า 420,000 หน่วย มีประชากรภายใต้การดูแลกว่า 1,200,000 คน โดยชุมชนของการเคหะแห่งชาติมีหลายรูปแบบ ทั้งอาคารแนวราบและอาคารแนวสูง ซึ่งล้วนแล้วแต่ประสบปัญหาการจัดการขยะ

การเคหะแห่งชาติจึงร่วมกับ บริษัท โบลลิเกอร์ แอนด์ คอมพานี (ประเทศไทย) จำกัด (Bolliger & Company(Thailand)) ทำการศึกษาวิจัย “โครงการศึกษาการสร้างความมั่งคั่งให้ชุมชน (Community Wealth Creation) ผ่านการพัฒนากิจการเพื่อสังคมหรือธุรกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise) เพื่อสร้างความเข้มแข็งและพัฒนาการบริหารจัดการชุมชนให้เกิดความมั่งคั่ง อย่างยั่งยืน โดยใช้แนวคิดเรื่องการจัดตั้งธนาคารขยะเพื่อชุมชน ซึ่งเป็นธุรกิจเพื่อสังคม ที่มุ่งเน้นการพัฒนาสังคมผ่านการออม และช่วยแก้ปัญหาขยะในชุมชนได้อย่างยั่งยืน ด้วยการสร้างระบบการจัดการขยะในชุมชนอย่างมีประสิทธิภาพและก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดทางสังคมและสิ่งแวดล้อมในชุมชน

ขณะนี้การศึกษาวิจัยอยู่ในขั้นตอนการเผยแพร่งานวิจัย จึงได้จัดประชุมสัมมนาเรื่อง “ธุรกิจเพื่อสังคม (Social Business) : การเคหะแห่งชาติ และการสร้างรายได้จากขยะสู่สังคม” เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานการเคหะแห่งชาติมีความรู้ความเข้าใจในการสร้างความมั่งคั่งของชุมชนผ่านการสนับสนุนให้มีการสร้างงาน สร้างรายได้ โดยผ่านการพัฒนากิจการเพื่อสังคมหรือธุรกิจเพื่อสังคม และได้ทราบถึงแนวทางการพัฒนาการดำเนินงานในอนาคต รวมทั้งระดมสมองจากทุกภาคส่วนเพื่อให้ผลการวิจัยออกมาเป็นรูปธรรม สร้างความชัดเจน จัดทำเป็นคู่มือให้กับชุมชนของการเคหะแห่งชาติในเรื่องการกำจัดขยะ เป็นการช่วยลดมลพิษ พัฒนาชุมชนสู่ความเข้มแข็งสร้างมูลค่าให้กับชุมชน

“ถ้าชุมชนมีการบริหารจัดการขยะที่ดี จะช่วยแบ่งเบาภาระให้กับหน่วยงานท้องถิ่นไม่ว่าจะเป็นองค์การบริหารส่วนตำบลหรือเทศบาล เนื่องจากมีปริมาณขยะลดลง ทำให้ชุมชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี การทำธุรกิจเพื่อสังคมจะช่วยสร้างชุมชนให้มีความเข้มแข็ง มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ตามนโยบายรัฐบาล” นายดารนัยกล่าว

ดร.รัชดา เจียสกุล ผู้อำนวยการ กลุ่มที่ปรึกษาเศรษฐกิจและธุรกิจ บริษัท โบลลิเกอร์ แอนด์ คอมพานี (ประเทศ ไทย) จำกัด (Bolliger & Company(Thailand)) กล่าวว่า ธุรกิจเพื่อสังคม มีเป้าหมายทางสังคมและสิ่งแวดล้อม มิใช่การหวังผลกำไร โดยดำเนินการในรูปแบบธุรกิจและมีรายได้จากการขายเพื่อให้เกิดความยั่งยืนทางการเงินในระยะยาว ซึ่งผลกำไรส่วนใหญ่จะนำไปขยายผลให้บรรลุวัตถุประสงค์ทางสังคมและสิ่งแวดล้อมหรือตอบแทนผลประโยชน์นั้นคืนให้แก่ชุมชน ทั้งนี้ การดำเนินงานของการเคหะแห่งชาติ ถือเป็นธุรกิจเพื่อสังคม เนื่องจากช่วยให้ผู้มีรายได้น้อยได้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง ทางคณะวิจัยของ บริษัท โบลลิเกอร์ แอนด์ คอมพานี (ประเทศ ไทย) จำกัด (Bolliger & Company(Thailand)) จึงได้เข้าไปช่วยเสริมชุมชนที่อยู่ในการดูแลของการเคหะชาติให้ดำเนินธุรกิจเพื่อสังคมได้  โดยทำการศึกษาเรื่องธุรกิจเพื่อสังคมทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อหาแนวทางที่เหมาะสมกับชุมชนของการเคหะแห่งชาติ ซึ่งพบว่ากิจกรรมธนาคารขยะเพื่อชุมชนเหมาะสำหรับชุมชนของการเคหะแห่งชาติ จึงได้จัดทำโครงการนำร่อง 2 โครงการ ได้แก่ โครงการบ้านเอื้ออาทรนนทบุรี และโครงการบ้านเอื้ออาทรลำปาง เนื่องจาก ทั้งสองชุมชนมีความเข้มแข็งของผู้นำชุมชน และผู้อยู่อาศัยในชุมชนมีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน ทั้งยังมีความกระตือรือร้นต่อการทำกิจกรรมร่วมกันในชุมชน รวมทั้งมีความสนใจในธุรกิจเพื่อสังคม ซึ่งคณะผู้วิจัยได้ลงพื้นที่พบปะกับชุมชนเพื่อแนะนำธนาคารขยะเพื่อชุมชน และสรรหาพันธมิตรทางธุรกิจที่ให้ความสนใจร่วมลงทุนในธนาคารขยะเพื่อชุมชน ตลอดจนประชาสัมพันธ์แนะนำกิจการธนาคารขยะให้ชาวชุมชนสามารถนำเสนอโครงการและเตรียมงานธนาคารขยะเพื่ออนาคตของชุมชนต่อไป ซึ่งการเคหะแห่งชาติสามารถนำรูปแบบการดำเนินงานดังกล่าวไปขยายสู่ชุมชนที่อยู่ในความดูแลได้ในอนาคต

ติดตามข้อมูลได้ที่ : http://www.presstoday.news/tag/bolliger/และ https://www.amchamthailand.com/ACCT/asp/corpdetail.asp?CorpID=2595

ขอบคุณข้อมูลจาก : https://www.facebook.com/bolligerandcompany/

new logo การเคหะแห่งชาติจึงร่วมกับ Bolliger เพื่อสร้างความเข้มแข็งและพัฒนาการบริหารผ่านการพัฒนากิจการเพื่อสังคมหรือธุรกิจเพื่อสังคม

No more articles