14 ทิปส์ง่ายๆ โอนเงินผ่านโทรศัพท์ + Internet Banking ยังไงไม่เสี่ยงโจร 13 - C Internet (CAT Telecom)

14 ทิปส์ง่ายๆ โอนเงินผ่านโทรศัพท์ + Internet Banking ยังไงไม่เสี่ยงโจร

ตั้งแต่โลกเรามี internet banking สามารถให้เราโอนเงินและทำธุรกรรมผ่านทางออนไลน์ได้ ก็ช่วยให้ทุกคนสามารถประหยัดเวลาลงไปได้มาก และยิ่งวันนี้ที่เราสามารถโอนเงินผ่านโทรศัพท์ หรือซื้อของต่างๆ ได้จากมือถือแล้วยิ่งช่วยให้การจับจ่ายใช้สอยและเศรษฐกิจในประเทศเติบโตขึ้นมาก

แต่ทุกเรื่องที่มีด้านสว่างก็มีด้านมือ ยังคงมีโจรที่ใช้ความประมาททางเทคโนโลยีคอยดักคนรู้ไม่ทันอยู่ทุกยุคทุกสมัย เราจะรอให้เกิดเหตุการณ์และตามจับก็คงจะสายเกินไป วันนี้ทาง iUrban จึงอยากแนะนำ 10 วิธีง่ายๆ ที่จะทำให้คุณสามารถใช้ Internet Banking ได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น ลองไปดูกันครับ ?

1. อย่าบอก Password กับใคร

internetbanking-1

พาสเวิร์ด คือกุญแจที่เข้าบัญชีคุณโดยตรง อย่าบอกแม้แต่เจ้าหน้าที่ธนาคาร แม้ว่าคุณจะลืมพาสเวิร์ด internet banking หรือลืม passcode สำหรับการโอนเงินผ่านโทรศัพท์ เพราะไม่มีธนาคารไหนที่มีนโยบายให้เจ้าหน้าที่ถามพาสเวิร์ดจากลูกค้า เมื่อลูกค้าจำพาสเวิร์ดไม่ได้ พนักจะทำได้เพียงแค่จัดส่งพาสเวิร์ดใหม่ให้คุณเท่านั้น ถ้าหากว่ามีใครมาถาม Password จากคุณไม่ว่าน่าเชื่อถือแค่ไหน อย่าบอกใครนะครับ

2. หลีกเลี่ยงเครื่องคนอื่น

internetbanking-2

การโอนเงินผ่านโทรศัพท์ส่วนมากจะใช้ได้เฉพาะเครื่องอยู่แล้ว กังวลใจน้อยหน่อย แต่การทำธุรกรรม internet banking ที่ต้องทำผ่านคอมพิวเตอร์แล้ว ถ้าหากเป็นไปได้พยายามหลีกเลี่ยงการใช้อินเทอร์เน็ตในที่สาธารณะ ไม่ว่าจะร้านเน็ต โรงเรียน หรือที่ไหนก็ตามที่ไม่ใช่เครื่องของคุณ เพราะมีโอกาสที่จะมีโปรแกรมจำการเข้าเว็บไซต์ และจำการกด keyboard ก็จะทำให้เขาได้พาสเวิร์ดคุณได้อย่างง่าย หรือบางทีคอมพิวเตอร์เครื่องนั้นก็ติด Spyware คอยดักโดยที่เจ้าของร้านไม่รู้เรื่องก็มี เมื่อจำเป็นต้องใช้จริงๆ ให้กลับมาเปลี่ยนพาสเวิร์ดบนเครื่องที่ไว้ใจได้ของคุณอย่างเร็วที่สุด

3. เปลี่ยน Password บ่อยๆ

internetbanking-3

บางที hacker ก็ลงมือแบบหว่านแหทั่วโลกจึงมีหลายครั้งที่พาสเวิร์ดของเหยื่อหลุดออกไปถึงมือ hacker แล้วแต่ว่ายังไม่ถูกถอนเงินหรือโอนเงินออกมา บางครั้งได้ไปเป็นหมื่นรายชื่อ hacker จึงค่อยๆ ทยอยทำการลงมือ อาจจะยังมาไม่ถึงคุณเท่านั้น ดังนั้น คุณเองก็ควรเปลี่ยนพาสเวิร์ดบ่อยๆ อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง หรือถี่กว่านั้นเท่าไหร่ก็ได้ เท่าที่คุณจะไม่ลืมพาสเวิร์ดใหม่ของตัวเอง

4. มองหากุญแจล็อค หรือ ต้องมี https:// บนชื่อเว็บ

internetbanking-4

เว็บทั่วไปจะใช้ที่อยู่ว่า http://www.ชื่อเว็บ… แต่ทุกเว็บดีๆ เว็บที่จริงจัง ที่มีการล็อกอินหาข้อมูลของคุณมีค่า ให้มองหาชื่อเว็บที่ขึ้นต้นด้วย https:// ก่อนการล็อกอิน (S หมายถึง Secure) เพราะข้อมูลของคุณเช่น พาสเวิร์ดและเนื้อหาทุกอย่างจะถูก “เข้ารหัส” เมื่อส่ง-รับกับเซิร์ฟเวอร์ และมาถูก “ถอดรหัส” ที่เครื่องของคุณเพื่อให้อ่านรู้เรื่อง (การทำงานถอดรหัสใช้เวลาแค่เสี้ยววินาที มนุษย์ไม่ทันรู้สึก)

แม้ว่าข้อมูลของคุณจะถูกดักกลางทางได้ด้วย Wi-Fi ฟรี, Router ที่ออฟฟิศ หรือแม้แต่ ISP (ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต เช่น AIS, True, DTAC, CAT, 3BB, TOT, ฯลฯ) ไปแล้วก็ตาม แต่ข้อมูลที่ถูกดักกลางทางก็จะถูกเข้ารหัสให้อ่านไม่รู้เรื่องเพราะเครื่องที่จะสามารถถอดรหัสได้มีแค่เครื่องปลายทาง เว็บที่ใช้ https ไม่ได้มีแค่วงการธนาคาร แต่เว็บสำคัญของโลกที่ต้องล็อกอินอย่างเช่น Facebook หรือ Gmail ก็ใช้ระบบแบบนี้เช่นกัน ถ้าสมมุติบางเครื่องไม่เห็น https ง่ายๆ ก็สามารถมองหารูปกุญแจล็อกได้เลย

5. ใช้โปรแกรม Anti-Virus และ Anti-Spyware ของแท้

internetbanking-5

คอมพิวเตอร์ทุกเครื่องรวมถึงมือถือ อาจจะลงโปรแกรมลงแอปพลิเคชันแปลกๆ ไว้ บางทีก็ลงแบบไม่รู้ตัว (กรณีไม่รู้ตัวส่วนมากจะเกิดกับคอมพิวเตอร์มากกว่ามือถือ) เราเรียกพวกนี้ว่า Spyware หรือ Malware คอยแอบส่งข้อมูลกลับไปหาเจ้าของมัน ซึ่งก็จัดการได้ด้วยการติดตั้ง Anti-Virus ที่ถูกลิขสิทธิ เพราะคุณจะสามารถอัปเดต Anti-virus ได้เรื่อยๆ ของถูกลิขสิทธินี่ของฟรีก็มีเยอะนะครับ ลองเลือกติดตั้งได้จาก PCMag.com (1 เครื่องควรมีแค่ 1 Anti-virus เท่านั้น ไม่งั้นเครื่องจะช้า) ส่วนมือถือ ให้ลบแอปที่คุณไม่ใช้ ที่คุณไม่รู้จัก ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันทำงานอะไรออกให้หมดก็พอแล้ว

6. หลีกเลี่ยง software เถื่อน

internetbanking-6

ของฟรีไม่มีในโลก หลายครั้งการโหลด software เถื่อน โหลดบิท ก็ทำให้ได้ของแถมติดมาแบบบาดเจ็บสาหัส ไม่คุ้มค่า software ของแท้เล๊ยยยย ใน software เถื่อนเป็นที่ง่ายเหลือเกินที่ hacker จะเข้าไปแก้ข้อมูลเพิ่มให้ทำงานเกินมาอีกนิดหน่อย พอเอาไปปล่อยบนเน็ตก็มีคนช่วยกันแชร์เยอะแยะไปหมดเลย แถมเหยื่อก็ช่วยเอาไปติดตั้งเอง แถมยังรันโปรแกรมให้เองอีกด้วย งามเลยทีนี้

7. เลือกลง Apps จาก AppStore และ PlayStore เท่านั้น

internetbanking-7

สำหรับมือถือที่ไปลง Apps ฟรี จ่ายแค่ 300 ได้ฟรีหลายร้อยแอป อะไรแบบนี้ให้ระวัง ส่วนมาก 90% ของคนที่ลงแอปแบบร้านลงให้เหมาโหล ดูแอปไม่หมดหรอกว่าติดอะไรมาบ้าง ดังนั้นอาจจะติด Apps ที่ไม่ผ่านการตรวจสอบจาก Apple และ Google ด้วยก็มี ไม่เฉพาะแอปที่ใช้โอนเงินผ่านโทรศัพท์ แต่หมายถึงแอปอื่นๆ เช่น แอปเช็คแบตเตอรี่ แอปแปลกๆ ที่คุณไม่แน่ใจที่มา ฯลฯ

หรือคนที่ลง Apps ตรงเข้าเครื่องไม่ผ่านระบบ official เหล่านี้ ก็มีความเสี่ยงที่ hacker จะมาในคราบนักพัฒนา แถมโปรแกรมส่งข้อมูลกลับไปหาตัวเองได้อีกแล้ว ดังนั้น พยายามเลือก Apps จากที่ผ่านการตรวจสอบและได้คะแนนเรตติ้งดีในระดับหนึ่งแล้ว

8. ให้ Google ช่วยตรวจสอบ

internetbanking-8

กรณีที่โจรสร้างเว็บไซต์ปลอมหลอกเอาไว้ เป็นเคสที่ทั่วโลกเราเรียกกันว่าเว็บ “phishing” ฟิชชิ่ง มันพ้องเสียงกับคำว่า “fishing” ที่แปลว่าตกปลา เพราะโจรจะทิ้งเว็บปลอมไว้เป็นเหยื่อล่อ หน้าตาเหมือนเป๊ะ! รอวันที่คนเข้าใจผิดคิดว่าเป็นเว็บธนาคาร ซึ่ง Google มีนโยบายใหญ่มากในการต่อสู้กับเว็บไซต์ phishing เหล่านี้ ถึงวันนี้เกือบทั้งหมดของที่เสิร์ชชื่อธนาคารถูก จะเจออันดับ 1 เป็นเว็บที่ถูกต้อง (ยกเว้นธนาคารแปลกๆพึงระวัง)

internetbanking-81
ผลค้นหาบน Google ได้เว็บธนาคารตรง ซึ่งมีโอกาสพลาดมากกว่าการจำ URL เว็บไซต์ธนาคารด้วยตัวเอง (แต่ถ้าจำได้ ก็ดีกว่ามาก) ซึ่ง user แม้จะจำได้ ก็มีโอกาสพิมพ์ผิดเช่นกัน ดังนั้น ผลลัพธ์จากการต่อสู้กับเว็บไซต์โจรของ Google ทำให้ช่วยเหลือได้มากๆ
ยกเว้นส่วนที่เป็นโฆษณาให้ข้ามไป เพราะไม่ได้เป็นการติดผลค้นหาโดยธรรมชาติอับดับต้นจริงๆ
ยกเว้นส่วนที่เป็นโฆษณาให้ข้ามไป เพราะไม่ได้เป็นการติดผลค้นหาโดยธรรมชาติอับดับต้นจริงๆ แต่ส่วนมากถ้าเสิร์ช แค่ชื่อธนาคาร มักจะไม่มีใครลงโฆษณาเท่าไหร่นัก

9. อย่าใช้ Wi-Fi สาธารณะ

internetbanking-9

ที่ข้อ 4 เราบอกไปว่า ถ้าเป็น https แล้วจะไม่สามารถขโมยพาสเวิร์ดได้ ที่จริงแล้วน่าจะราว 99% ได้ อีก 1% ที่เหลือ มันขึ้นอยู่กับว่า Wi-Fi นั้นถ้าเกิดเป็นของที่ hacker มือเทพเซ็ตอัพขึ้นมา หรือสามารถเข้าถึงได้ ทางเทคนิค(ซึ่งขอข้ามการอธิบายเพราะยาวและงงแน่) ก็ยังสามารถเข้าถึงข้อมูลได้อยู่ดี เพียงแต่อย่างที่บอกคือ Free Wi-Fi ในโลกนี้ส่วนมากก็คนติดตั้งก็ไม่ได้เป็น hacker มือเทพ หรือ Free Wi-Fi จาก ISP เจ้าใหญ่ๆ ก็มักจะคัดเลือก system admin ที่ผ่านการตรวจสอบเรื่องทุจริตเป็นประจำอยู่แล้ว … แต่ถ้าจะให้ดี ก็อย่าพยายามทำธุรกรรมผ่าน Free Wi-Fi เปลี่ยนไปใช้ 3G/4G แทน โชคดีที่แอปธนาคารหลายเจ้าก็ไม่อนุญาตให้โอนเงินผ่านโทรศัพท์ด้วยการเชื่อมต่อด้วย Wi-Fi เช่นกัน

10. อย่าเชื่ออีเมลด่วนและขอข้อมูล

internetbanking-10

เวลาคนโดนเมลมาบอกว่า “ธนาคารตรวจสอบว่าคุณเป็นหนี้เกินวงเงินที่กำหนด 600,000 บาท กรุณาให้ข้อมูลก่อนธนาคารจะดำเนินการฟ้อง” บลาๆๆๆ ฯลฯ ข้อความเหล่านี้ถูกส่งมาเพื่อเร้าให้คุณรู้สึกกังวล ต้องรีบกดเข้าไปให้ข้อมูลทันที ระวัง!! ไม่มีธนาคารไหนส่งแบบนี้ และถ้าเจอข้อความแบบนี้ ให้ยกหูโทรติดต่อตรงหาธนาคารด้วยเบอร์กลางเลยจะดีกว่า เพราะทุกวันนี้โจรยังใช้วิธีนี้เพื่อหลอกให้คนไปที่เว็บไซต์ phishing (ข้อ8) เพื่อล็อกอิน กว่าจะรู้ก็เสียพาสเวิร์ดเสียแล้ว

11. Logout เมื่อเลิกใช้

internetbanking-11

รู้หรือไม่ นี่เป็นหนึ่งสาเหตุที่ทำให้คนเราโดนแฮคบัญชี ไม่เฉพาะ internet banking แต่รวมถึง facebook และอื่นๆด้วย!! จะใช้คำว่าแฮคก็ไม่ถูก เพราะมันไม่ได้แฮคอะไรเลย ส่วนมากถ้าเป็น facebook คุณก็ลืมล็อกอินค้างไว้ (กดจำพาสเวิร์ดให้ร้านอินเทอร์เน็ตเขาฟรีอีกด้วย) คนมาเล่นต่อก็เสร็จสิครับ บางร้านเวลาหมด ก็ตัดหน้าจอดับ แต่ระบบยังเปิดอยู่นะ ส่วนผู้ใช้งานไม่รู้ ไม่อยากเสียเงินเพิ่มก็เดินออกมาเลย (อันนี้ก็เสร็จ) ยังดีที่ระบบธนาคารส่วนมากถ้าปิดหน้าจอก็คือจะล็อกเอ้าท์เองเลย แต่ยังไงก็กดเพื่อความมั่นใจด้วยนะครับ

อันนี้ควรทำทั้งแอปโอนเงินผ่านโทรศัพท์และเว็บไซต์ internet banking เลยนะครับ

12. สมัครบริการ SMS/Email แจ้งเตือน

internetbanking-12

การสมัครแจ้งเตือนเมื่อมีเงินเข้าออกทางอีเมล ส่วนมากเกือบทุกธนาคารที่มี internet banking จะสมัครใช้บริการ (ทั้งนี้เครื่องมือถือคุณก็ควรจะเช็คเมลแบบ push ได้ด้วย เพื่อเตือนทันทีที่มีเมลมา) ส่วนบริการแจ้งเตือน SMS จะมีค่าบริการเริ่มต้นที่ 10 บาทต่อเดือน ถึง 20 บาทต่อเดือนแล้วแต่ธนาคาร ดูรายละเอียดได้ที่นี่ หลายครั้งที่ hacker ไม่ได้โอนเงินพรวดเดียวทั้งบัญชี เพราะ 1.ติดลิมิต 2.เจ้าของบัญชีจะรู้ตัวได้ง่าย จึงใช้วิธีค่อยๆ หรอยเงินออกมาวันละนิด ด้วยเหตุนี้การเปิดแจ้งเตือนไว้ก็คุ้มค่าอยู่เหมือนกัน

13. อย่าให้เลขบัตรเครดิตกับเว็บที่ไม่น่าไว้ใจ

internetbanking-13

การซื้อของออนไลน์ด้วยบัตรเครดิตเป็นอะไรที่ สะดวกมาก ชีวิตดีทันทีที่มีบัตร ซื้อของก็ไวรูดปรื๊ดๆ แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องพึงระรึกไว้ก็คือ คนทำเว็บไซต์เองก็มีผิดพลาด และเว็บก็โดนแฮคได้ง่ายกว่าด้วย เมื่อถึงจุดชำระเงิน ถ้าท่านเลือกจะชำระด้วยบัตรเครดิต พยายามสังเกตว่า เป็นการจ่ายผ่าน payment gateway ที่เป็นบริษัทที่เป็นนักพัฒนาการชำระเงินโดยเฉพาะไหม? เพราะบริษัทพวกนี้จะลงทุนหลายล้านมากกว่าเพื่อการรักษาความปลอดภัย ยกตัวอย่างเช่น Paypal (จัดว่าน่าเชื่อถือที่สุดในโลก เจ้าของคือ Ebay) ส่วนในไทยก็มีเช่น Paysbuy, Omise ที่น่าสนใจเป็นต้น และลองสังเกตเสริมด้วยว่ามี https ตามข้อ 4 หรือไม่ ถ้าไม่มี https ด้วย และยังไม่ใช้ payment gateway ที่เชี่ยวชาญด้วย พวกเราใช้วิธีโอนเงินเอาเถอะครับ ปลอดภัยกว่า

โลโก้ Paypal ผู้ให้บริการรับชำระเงินผ่านบัตรที่ปลอดภัยสูงที่นิยมใช้ที่สุดในโลก
Paypal ผู้ให้บริการรับชำระเงินผ่านบัตรที่ปลอดภัยสูงที่นิยมใช้ที่สุดในโลก ถ้าเห็นโลโก้นี้ จ่ายบัตรผ่านทางนี้ ปลอดภัยกว่า

14. แยกบัญชี Online

internetbanking-14

ตัดกังวลทั้งหมดทิ้งไป ข้อนี้เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับการ cut-loose ตัดโอกาสการเสียเงินทั้งบัญชีทิ้งไป ด้วยการแยกบัญชีที่ไว้ใช้สำหรับใช้จ่ายออนไลน์ออกมาเป็นอีกบัญชีที่มีเงินจำกัด จะใช้ทีค่อยโอนเงินเข้าไปที อาจจะโอนเงินเข้าไปพักไว้ 10,000 บาท ซึ่งแปลว่า แม้จะผิดพลาดแค่ไหนก็เสียเงินแค่ 10,000 บาทไม่เกินกว่านี้ ส่วนบัญชีอื่นจะมีเงินอยู่ 800,000 บาท หรือมากเท่าไหร่ ก็ยังอุ่นใจกว่าว่าจะไม่ต้องกังวล


ทั้ง 14 ข้อที่กล่าวมา น่าจะเสริมความรู้ความเข้าใจในการใช้งาน internet banking ได้จนถึงระดับโปรเลย ถึงตรงนี้แล้วก็อยากขอแนะนำผู้สนับสนุนบทความนี้ด้วยครับ

thankyoucinternet

นั่นคือ C internet อินเทอร์เน็ตไฟเบอร์ออฟติกเทคโนโลยีแรงที่สุดจากผู้ให้บริการตัวจริงจาก กสท โทรคมนาคม ถ้าเกิดใครสนใจอัพเกรดเน็ตช้าๆ ที่บ้านที่ทำงานให้เร็วแรงลื่น สามารถติดต่อได้ที่ fanpage C internet หรือโทร 1322 ครับ และนอกจากนั้น iUrban เราก็เคยรีวิวถึงเน็ต fiber optic ไว้ด้วย ลองอ่านโพสเกี่ยวกับ C internet ได้ที่นี่เลยครับ

บทความเรื่องความเข้าใจ internet banking ถ้าถูกใจก็ฝากแชร์ต่อถึงเพื่อนๆ พ่อแม่ด้วยนะครับ โดยกดปุ่มแชร์ได้ที่ข้างล่างและด้านบนสุดคร้าบ ?