fbpx
9 วิธีการปฐมพยาบาลที่คนมักเข้าใจผิด แถมอันตรายซะด้วยสิ! 13 - First Aid

9 วิธีการปฐมพยาบาลที่คนมักเข้าใจผิด แถมอันตรายซะด้วยสิ!

หลายๆ คนคงมีความรู้เรื่องการประถมพยาบาลพื้นฐานไม่น้อย แต่แน่ใจหรือไม่ว่าสิ่งที่จดจำมานั้น ถูกต้องมากน้อยเพียงใด วันนี้ก็จะมาอธิบายข้อผิดพลาดจากการปฐมพยาบาลที่รับกันมาอย่างแพร่หลาย ทั้งถูกและผิด เพื่อให้การช่วยเหลือทางการแพทย์ต่อไปได้อย่างปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

1. พยายามทำตัวให้ร้อนเมื่อเป็นไข้ เป็นความคิดที่ผิด

_01

ช่วยให้ร่างกายลดอุณหภูมิ เช็ดตัวก็ช่วย เมื่อคุณมีไข้แปลว่าร่างกายของคุณกำลังมีอุณหภูมิที่สูงขึ้น เมื่อยิ่งห่มผ้าร่างกายก็จะเพิ่มอุณหภูมิอย่างรวดเร็วทางที่ถูกต้องคือคุณต้องได้รับอากาศที่ถ่ายเทและอุณหภูมิที่พอเหมาะ การทำให้ร่างกายมีอุณหภูมิสูงกว่า 38 องศา ยิ่งทำให้แย่มากกว่าดี และไม่ควรใช้น้ำเย็นจัดเช็ดตัวเพราะจะทำให้กล้ามเนื้อสั่นเกร็งและอาจเพิ่มอุณหภูมิมากขึ้นไปอีก ทางที่ดีคือ เช็ดตัวด้วยน้ำปกติ ไม่ร้อนไม่เย็น และปล่อยให้ร่างกายได้ถ่ายเทความร้อนออกได้เรื่อยๆ

2. ไม่ควรเอาอะไรใส่ปากขณะมีอาการลมชัก

_02

สิ่งที่ต้องกังวลมากกว่าคือการกระแทกของศรีษะ การใส่ช้อนหรือสิ่งของใดๆ ไปในขณะที่เป็นลมชัก อาจเป็นการทำลายฟันของผู้ป่วยได้เนื่องด้วยสาเหตุจากความเครียดอาการลมชักจึงกำเริบผู้ป่วยจะกัดลิ้นตัวเองเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งไม่ก่อให้เกิดอันตรายใดๆ วิธีการปฐมพยาบาลเพียงแค่หาหมอนหรือเสื้อมาหนุนหัวเพื่อลดการสั่นสะเทือนและป้องกันการกระแทกของศรีษะแล้วอาการของเขาเหล่านั้นจะดีขึ้นตามลำดับ

3. ไม่ควรใช้ยาสีฟันทาขณะที่เกิดแผลไฟใหม้น้ำร้อนลวก

_03

อย่าถู อย่าทา ให้แช่น้ำเย็น เมื่อไหร่ที่ผิวหนังของคุณถูกความร้อน ความร้อนจะเข้าไปลึกถึงชั้นเนื้อเยื่อ สิ่งที่ดีที่สุดคือน้ำเย็นให้แช่ไว้ประมาณ 15 นาที เพื่อขจัดความร้อนส่วนเกิน ต้องระวังอย่าถูอะไรลงไปทันทีบนผิวหนัง เพราะมันจะยิ่งเพิ่มอาการแสบร้อนขึ้นได้ หากจะทายาให้ทายาหลังจากนั้น 20 นาที

4. อย่าเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บโดยไม่มีผู้เชี่ยวชาญ เดี๋ยวเจ็บหนัก

_04

เรียกรถพยาบาล! หากเจออุบัติเหตุบนถนน ไม่ควรเคลื่ยนย้ายหรือพยายามลากผู้บาดเจ็บออกจากรถ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ร้ายแรงมาก ยกเว้นเหตุที่รุนแรง เช่นในกรณีที่รถยนตร์เกิดเพลิงไหม้ สิ่งที่คุณควรทำก็มีเพียงแค่

  • เรียกรถพยาบาล
  • หากดับเครื่องยนต์ได้ให้ดับ
  • ห้ามเลือด
  • ช่วยปลอบผู้ป่วยให้ใจเย็นๆ

5. หากกำลังสำลัก ไม่ควรตบที่หลัง

_05

ตบไปเดี๋ยวลงหลอดลม การตบที่หลังเบาๆ ในขณะที่กำลังสำลัก อาจจะทำให้อาหารหลุดเข้าไปในหลอดลมเพิ่ม สิ่งที่ควรทำคือเช็คให้ชัวร์ว่าเขากำลังอยู่ในอาการที่สงบ และบอกให้หายใจช้ามากๆ เพื่อนลดอาการสำลักและปิดกั้นเศษอาหารที่จะไปปิดกั้นทางเดินหายใจของเขา สิ่งที่จะช่วยได้ คือ ช่วยประคองเพื่อนให้โค้งและระวังอาหารลงหลอดลม

6. เมื่อมีคนหมดสติอย่าพยายามดึงลิ้นของเขา

_06

ให้นอนตะแคงเมื่อหมดสติ การดึงลิ้นของผู้ป่วยหมดสติเป็นเรื่องที่อันตรายมากเนื่องจากลิ้นของเขาสามารถร่นกลับไปปิดทางเดินหายใจได้หากต้องการให้แน่ใจว่าเขาหมดสติ สิ่งที่คุณต้องทำมีเพียงแค่ย้ายศรีษะของเขาและให้เขานอนตะแคง แต่ไม่ควรดึงลิ้นของเขาโดยเด็ดขาด

7. อย่าใช้สายรัดแผลเพื่อห้ามเลือด

07-1

รัดแน่นไป อาจเสียอวัยวะไปตลอดกาล การมีเลือดออกเป็นเรื่องที่สามารถเกิดขึ้นได้ง่าย ในกรณีที่มีเลือดออกมากจนเป็นหยดคล้ายกับน้ำพุ่ง ในกรณีนี้คุณต้องกดหลอดเลือดแดงใต้ขาหนีบหรือรักแร้และวางแขนชิดลำตัว ถ้าหากจำเป็นต้องรัดให้รัดทับเสื้อผ้า เพราะการใช้สายรัดนั้นจะทำให้อวัยวะปลายทางขาดเลือดซึ่งอันตรายถึงขั้นสูญเสียอวัยวะนั้นได้

8. ถ้าโดนน้ำแข็งกัดอย่าขัดผิว

_08

ใช้น้ำอุ่นๆก็พอ เมื่อคุณโดนน้ำแข็งกัดอย่าเอามือไปแช่ในน้ำร้อน เพราะเส้นเลือดฝอยของคุณจะถูกทำลายหากใช้น้ำที่มีอุณหภูมิสูงจนเกินไป การลดผลกระทบอย่างช้าๆ เป็นวิธีที่ดีที่สุด เพียงแค่คุณวางมือของคุณในน้ำเย็น และค่อยๆ เพิ่มอุณหภูมิอย่างช้าๆ

9. ประเมินสถานะการ ก่อนลงมือเข้าช่วยเหลือ

_09

มีสติ ประเมินสถานการณ์ ในกรณีฉุกเฉินคุณควรพิจารณาความเป็นไปได้ก่อนช่วยเหลือว่าคุณหรือคนที่เข้าช่วยเหลือจะได้รับอันตรายหรือไม่ ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเพื่อนถูกไฟดูดแล้วคุณไปช่วยดึง เมื่อคุณสัมผัสคนที่กำลังโดนไฟฟ้าดูดก็มีโอกาสเป็นไปได้ที่คุณจะถูกไฟดูดไปด้วย วิธีการที่ปลอดภัยที่สุดคือคุณต้องปิดแหล่งจ่ายไฟทันที และแยกตัวผู้ได้รับบาดเจ็บออกจากจุดอันตราย

เป็นอย่างไรกันบ้างครับ หลายๆ เรื่องก็ล้วนแต่ใกล้ตัวทั้งนั้น การประถมพยาบาลเบื่องต้นอย่างถูกวิธีก็สามารถลดการบาดเจ็บ และเพิ่มโอกาสการรักษาได้ แต่ที่สำคัญไปกว่านั้นการช่วยเหลือผู้อื่นต้องประเมินความเป็นไปได้ในการช่วยเหลือและรีบโทรแจ้งหน่วยกู้ภัย หรือแพทย์ทันทีครับ

ภาพวาด/เรื่อง: เธียรชัย เกิดกัน