Red house's stories 13 -

Red house’s stories

Cascais เป็นเมืองชายหาดอันแสนงดงามด้านมหาสมุทรแอตแลนติก ทางฝั่งตะวันตกของโปรตุเกส และอดีตเคยเป็นหมู่บ้านประมง ที่ได้รับความนิยม ให้เป็นสถานที่สำหรับวันหยุดพักผ่อนทั้งคนพื้นถิ่น และนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ อาคารหลังหนึ่ง ที่บรรดาคนพื้นเมืองกล่าวขาน และมักเปรียบว่าคล้าย “ปีระมิด” คือจุดหมายการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและเป็นเนื้อหาที่เราจะพูดถึงในวันนี้ มันคือโปรเจ็คชิ้นล่าสุดของ Eduardo Souto de Moura ซึ่งตั้งอยู่บนผืนดินท่ามกลางป่าละเมาะไม้ใหญ่ ที่เคยเป็ยสนามเทนนิสเก่าแก่มาก่อน “บ้านแห่งเรื่องราว” เป็นสถานที่จัดแสดงนิทรรศการถาวรจำนวนมากของ Paula Rego ศิลปินชาวโปรตุเกสวัย 70 ปี ปัจจุบันอาศัยอยู่ที่ลอนดอน

Red house's stories 14 -การจัดวางองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมหอปีระมิดสูง 17 เมตรทั้งสองหลัง ตัวอาคารตั้งตระหง่านอยู่เหนือกลุ่มก้อนของภูมิสถาปัตยกรรม แต่จำกัดอยู่ภายใต้กรอบของต้นไม้เดิม สีที่โดดเด่นและรูปทรงของอาคารสร้างผลกระทบไม่มากนักต่อบริบทโดยรอบ รูปทรงปีระมิดทั้งสองหลังส่งผลให้เกิดความรู้สึกลึกลับ และคล้ายสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ สายตาถูกดึงดูดให้กวาดตามองไปตามรอยต่อของวัสดุ ลัดเลาะไปตามขอบมุมต่างๆของอาคาร จนกระทั่งกอปรขึ้นเป็นโครงร่างตัดกับท้องฟ้ามีครามเบื้องหลัง และในขณะเดียวกัน ยังคงถูกดึงดูดอย่างต่อเนื่องให้ลื่นไหลไปสู่พื้นที่ภายในอาคารด้วย

Red house's stories 15 -ตัวอาคารโด่ดเด่นในตอนกลางวันเมื่อต้องแสงธรรมชาติที่สาดส่องไปที่ความไม่สม่ำเสมอ เผยให้เห็นถึงความไม่สมบูรณ์ของผิวคอนกรีตในจังหวะและรูปแบบที่ค่อนข้างสมบูรณ์ทีเดียว เมื่อเขยิบเข้าไปใกล้อาคารมากขึ้น ก็แทบจะอดใจไม่ได้ที่จะเอื้อมมือไปสัมผัสผิวคอนกรีต หรือตั้งข้อสงสัยต่างๆต้อสิ่งที่เห็นตรงหน้า สีที่ใช้เป็นสีแดงหรือเนื้อดินแดงที่ค่อนข้างมีเสนืห์ดึงดูด เป็นสีเดียวกันกับที่ใช้ทาอาคารต่างๆในประเทศโปรตุเกส สีแดงยังเป็นสีที่อยู่ในข้อกำหนดของระเบียบการยื่น ขออนุญาตก่อสร้างอีกด้วย

Red house's stories 16 -

มวลทึบตัยที่โผล่ออกมาทางมุมอาคารด้านตะวัยตกเฉียงเหนือ สร้างให้เกิดพื้นที่โอบล้อมขึ้นภายในสวน ระหว่างเดินชมนิทรรศการ บรรยากาศการตกแต่งภายในส่งผลให้ความรู้สึกแบบแบนๆและเยือกเย็นซึ่งแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับเรื่องราวของ Rego ที่แสดงอยู่บนผนัง ส่วนผสมต่างๆที่ Eduardo Souto de Moura เลือกใช้มีเพียงแสงไฟแบบประดิษฐิ์ และโทนสีของหินอ่อน เท่านี้ก็สามารถแสดงบทบาทของมันในการแยกแยะระหว่างบรรยากาศภายใน ออกจากภายนอกที่ดูอบอุ่น

พื้นที่นอกชานส่วนทานอาหารถูกปูด้วยหินอ่อน มันดูเป็นรูปเป็นร่างได้ เกิดจากรูปทรงพีระมิด และแนวกำแพงที่มีความสูงแตกต่างกัน รวมถึงแม้กระทั่ง เกิดจากต้นไม้ที่เพิงลงดินไปได้ใหม่ๆระหว่างกลุ่มโต๊ะกาแฟและเก้าอี้ จากจุดนี้เมื่อมองผ่านแนวกำแพงสวนสีแดงเตี้ยๆ มันช่วยสร้างให้เกิดระนาบขอบฟ้าเส้นใหม่ ซึ่งตัดกับท้องฟ้าที่อยู่เบื้องหลัง มันยังทำหน้าที่แบ่งขอบเขตของพื้นที่สีเขียวเปิดโล่งแห่งนี้อีกด้วย http://www.casadashistoriaspaularego.com  ขอบคุณข้อมูลจาก Art4d Magazine