” เงาเป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงการดำรงอยู่และการมีตัวตน เงานั้นเป็นสิ่งที่ทำให้ทุกอย่างสมบูรณ์ ถึงแม้จะเป็นตัวที่จับต้องไม่ได้ก็ตาม” ประโยคสั้นๆที่ว่านี้ เป็นจุดเริ่มต้นให้คุณกิจธเนศ ขจรรัตนเดช นักศึกษาปริญญาโทจาก Central Saint Martins of Art and Design คนนี้ทดลองสร้างสรรค์ผลงาน Final thesis ของเขาชื่อ ” Trace of Shodow “ โดยมีโจทย์คือ จะทำอย่างไรให้ “เงา” กลายเป็นสิ่งที่จับต้องได้ ? เขาเริ่มต้นสร้างงานชุดนี้จากการย้อนกลับไปมองสิ่่งที่อยู่รอบๆตัว จนเมื่อเขาได้เห็นการเกิดเงาที่ชัดเจนของจานเมื่อถูกไฟส่อง เขาจึงเริ่มผลิตโมเดลตัวแรกโดยใช้จานและเงาของมันเป็นองค์ประกอบหลัก ผลลัพธ์ของมันน่าสนใจตรงที่การทำให้ดูเหมือนว่า เงาของจานด้านบนถูกหยิบขึ้นมาได้ ซึ่งก็ตอบโจทย์ในแง่ที่่ว่าเงาสามารถจับต้องได้จริง และสมารถใช้งานได้จริงด้วย

TEST 31 Trace of Shodow shapeimage 6 Trace of Shodow

ช้อน ส้อม มีด และตะเกียบ ซึ่งเป็นสิ่งที่สากลทั่วไปที่ใช้บนโต๊ะอาหารถูกใช้เป็น object หลักมนการทดลองสร้างสรรค์งานชุดนี้ โดยเริ่มต้นจากทดลองอีกครั้ง แต่คราวนี้ตั้งคำถามไปว่าหากเงาของช้อนกลายเป็นของส้อมจะเป็นอย่างไร จึงกำหนดตำแหน่งไฟให้ส่องมาที่โมเดลทดลองในองศาที่ต่างกันเพื่อทดสอบเงาที่เกิดขึ้นและความเป็นไปได้ที่จะนำเงาที่ว่ามาออกแบบงานที่สามารถใช้ได้จริง จนจบตำแหน่งไฟจากด้านบน 90 องศาซึ่งเป็นตำแหน่งที่เหมาะสมที่สุดที่สามรถตอบรับกับแนวคิดของเขา ส่วนมีดและตะเกียบ และแก้วกาแฟเขาก็ใช้วิธีการทดลองและหลักออกแบบเดียวกัน แต่มีการเพิ่มเติมองค์ประกอบบางส่วนเข้าไป

trace shadow tableware1 Trace of Shodow

ถึงแม้ว่า Trace of Shodow จะยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น แต่ก็นับว่าเป็นงานสร้างสรรค์ผลงานที่สร้างผสานความเป็น Conceptual ที่แข็งแรงกับ Function ที่ใช้ได้จริงเข้าไว้ด้วยกัน โดยมีการเลือกใช้ฟอร์มและวัสดุที่สามารถดึงดูดสายตาและสร้างเซอร์ไพร์ชให้กับผู้ใช้งานเมื่อหยิบจับงานจริงได้ไม่น้อยทีเดียว และตอนนี้คุณกิจธเนศก็ยังคงทดลองหาความเป็นไปได้เพื่อขยายผลไปสู่งานรูปแบบอื่นๆอย่างสม่ำเสมอ เชื่อแน่ว่าอีกไม่นานเราคงได้ หยิบจับงานคอนเซ็ปต์แน่นๆแบบจริงจังของเขาแน่นอน  http://www.kijtanes.com/ ขอบคุณข้อมูลจาก Art4d Magazine

 

 

No more articles